IAMS TH
Recognizing the Signs of Bloat in Your Dog
Recognizing the Signs of Bloat in Your Dog

adp_description_block40
อาการบ่งบอกและวิธีดูแลสุนัขท้องอืดหรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร

  • แบ่งปัน

อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกตัว แต่อาจพบได้บ่อยในน้องหมาพันธุ์ใหญ่ที่มีหน้าอกลึกและแคบ ปัญหานี้ถือเป็นภาวะอันตรายที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้วิธีสังเกตและดูแลเมื่อน้องหมามีอาการท้องอืดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม

อาการท้องอืดคืออะไร?

อาการท้องอืดหรืออีกชื่อหนึ่งคือภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดตัว เกิดจากการมีปริมาณลมหรือแก๊สสะสมมากกว่าปกติจนทำให้กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและบิดหมุน ส่งผลให้ความดันภายในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น เกิดการกดทับของอวัยวะรอบข้าง ซึ่งทำให้ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติจนน้องหมาเกิดภาวะช็อกได้ และนอกจากลักษณะของอาการที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับอาการท้องอืดที่เจ้าของควรรู้ดังนี้: 

  • อาการท้องอืดจัดเป็นภาวะอันตรายต้องได้รับการดูแลรักษาโดยทันที
  • ภาวะท้องอืดอาจทำให้น้องหมาเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ
  • สาเหตุของอาการท้องอืดยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน
  • แต่ละปีในสหรัฐอเมริกาพบว่ามีน้องหมากว่า 36,000 ตัวมีอาการท้องอืด และ 30% ของน้องหมาที่มีอาการเสียชีวิต
  • อาการท้องอืดเกิดขึ้นได้กับน้องหมาทุกช่วงวัย
  • น้องหมาบางสายพันธุ์มีโอกาสท้องอืดมากกว่าน้องหมาทั่วไป โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีหน้าอกลึกและแคบ
  • การที่กระเพาะอาหารขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณช่องท้องลดลง

 ลักษณะของอาการท้องอืด

ในระยะแรกของอาการ น้องหมาจะรู้สึกอึดอัดมาก อาจจะเดินวนไปมาและส่งเสียงร้อง หรือพยายามขยับไปมาเพื่อหาท่าทางที่สบายตัว พวกเค้าอาจมีท่าทีกังวล เลียหรือจ้องไปที่ท้องของตัวเอง รวมถึงอาจมีอาการคล้ายอาเจียน แต่ไม่มีอะไรออกมา

 

นอกจากนี้อาจพบอาการอื่น ๆ เพิ่มด้วยได้ เช่น อ่อนแรง ท้องพองขยายตัว และอาจเกิดภาวะช็อก ซึ่งส่งผลให้น้องหมาหัวใจเต้นเร็วและมีอาการหอบ;
 

หากพบว่าน้องหมามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบสัตวแพทย์ในทันที!

  • หอนหรือส่งเสียงร้องครวญคราง
  • มีท่าทางไม่สบายตัว ดูอึดอัด
  • กระสับกระส่าย
  • เหงือกซีด
  • พยายามอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา
  • หอบหรือหายใจเร็ว
  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
  • วิตกกังวล
  • อ่อนแรง
  • ท้องบวม (โดยเฉพาะด้านซ้าย)
     

 อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้เมื่อน้องหมาท้องอืด มีดังนี้:
 

กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้น:

เนื่องจากมีลมหรือแก๊สสะสมในท้อง


น้ำลายไหลมาก:

ปัญหาในระบบทางเดินอาหารอาจทำให้น้องหมาน้ำลายไหลมากกว่าปกติ
 

พฤติกรรมกระสับกระส่าย:

อาการกระสับกระส่ายเป็นสัญญาณที่พบได้ทั่วไปเมื่อน้องหมาท้องอืด และพวกเค้าอาจส่งเสียงร้องเมื่อโดนกดที่บริเวณท้อง
 

หอบ หายใจสั้น:

การขยายตัวของกระเพาะอาหารทำให้น้องหมาหายใจลำบาก
 

หัวใจเต้นเร็วขึ้น:

เนื่องจากกล้ามเนื้อกะบังลมถูกกดไม่สามารถขยายตัวได้ ส่งผลให้เกิดภาวะหายใจลำบากและหัวใจมีอัตราการเต้นเร็วกว่าปกติ

 

สาเหตุของอาการท้องอืด

แม้ว่าจะหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็มีส่วนที่ทำให้น้องหมามีอาการท้องอืด:

  • กินอาหารปริมาณมากในมื้อเดียว แทนการแบ่งมื้ออาหารเป็น 2 – 3 ครั้งต่อวัน
  • กินมากเกินไปและดื่มน้ำเร็วเกินไป
  • อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด เช่น ต้องอยู่ในกรงหรือต้องไปพบสัตวแพทย์
  • วิ่งเล่นทันทีหลังกินอาหาร

 

วิธีป้องกันอาการท้องอืด

การทำตามคำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยป้องกันอาการท้องอืดในสุนัขได้ แต่ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ด้วย ซึ่งไม่อาจรับประกันได้ว่าคำแนะนำจะเกิดผลจริงกับน้องหมาทุกตัว 

  • ให้กินอาหารทีละน้อย ๆ อาจแบ่งให้อาหารเป็น 2 – 3 มื้อต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเป็นเวลา  1 – 2 ชั่วโมงหลังกินอาหาร
  • อย่าให้น้องหมาดื่มน้ำปริมาณมากก่อนหรือหลังกินอาหารและหลังออกกำลังกาย
  • หากที่บ้านมีน้องหมา 2 ตัวขึ้นไป ควรแยกให้อาหาร เพื่อป้องกันพฤติกรรมกินเร็วและภาวะเครียด
  • หากเป็นไปได้ ควรกำหนดเวลาให้อาหารในช่วงเวลาที่คุณว่างและสามารถสังเกตพฤติกรรมหลังการกินของพวกเค้าได้
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหัน
  • หากพบว่าน้องหมามีอาการท้องอืด ควรรีบไปพบสัตวแพทย์ทันที


การดูแลรักษาอาการท้องอืด 
 

อาการท้องอืดสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่?

อาการท้องอืดในสุนัขจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยทันที ในกรณีที่น้องหมาท้องอืดไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการกระเพาะบิด อาจได้รับการรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา แต่หากตรวจพบว่ามีอาการท้องบวม กระเพาะขยายและบิดตัว บางกรณีก็อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด

 

ตัวเลือกในการรักษาอาการท้องอืด

การระบายลมหรือแก๊สออกมาโดยใช้วิธีสอดท่อเข้าไปในกระเพาะอาหาร จะช่วยบรรเทาแรงกดต่ออวัยวะโดยรอบและป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อของกระเพาะอาหารเสื่อมสภาพ แต่ในบางกรณีก็ไม่สามารถใช้วิธีสอดท่อได้เพียงเดียว อาจมีต้องการผ่าตัดร่วมด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยให้ของเหลวที่เสริมด้วยอิเล็กโทรไลต์ทางเส้นเลือดเพื่อปรับการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะที่สำคัญได้ตามปกติ ในหลายกรณีจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และยาที่มีฤทธิ์ในการรักษาภาวะเลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลงอีกด้วย

 

เมื่อน้องหมาอยู่ในอาการคงที่พร้อมผ่าตัดแล้ว สัตวแพทย์จะทำการผ่าตัดที่เรียกว่า “Gastropexy” เพื่อทำให้กระเพาะอาหารกลับสู่ตำแหน่งปกติพร้อมเอาเนื้อเยื่อผนังกระเพาะอาหารที่ตายแล้วออกไป รวมถึงจะยึดผนังกระเพาะเข้ากับผนังของลำตัว ทำให้โอกาสที่กระเพาะอาหารจะบิดหมุนลดลง และช่วยป้องกันอาการท้องอืดได้ดีขึ้น

 

เลือกให้อาหารที่ย่อยง่าย

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันอาการท้องอืดได้คือการเลือกอาหารสุนัขคุณภาพดี มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ ช่วยให้ย่อยง่าย 
 

การดูแลเรื่องอาหารถือเป็นวิธีลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาที่ดีสุด อย่างน้อยก็จนกว่าจะสามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของอาการท้องอืดได้ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ผลเต็ม 100% แต่ก็ช่วยลดจำนวนน้องหมาที่ต้องเผชิญกับภาวะร้ายแรงที่อาจถึงแก่ชีวิตนี้ลงได้

 

สายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการท้องอืด

  • เยอรมัน เชพเพิร์ด
  • บูวีเย เด ฟล็องเดรอะ
  • เกรทเดน
  • บ็อกเซอร์
  • เซนต์เบอร์นาร์ด
  • โดเบอร์แมน
  • เยอรมัน ชอร์ตแฮร์ พอยน์เตอร์
  • ไอริช เซทเทอร์
  • กอร์ดอน เซทเทอร์
  • บอร์ซอย
  • ไอริช วูล์ฟฮาวด์
  • ดัชชุน
  • ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์
  • บาสเซ็ต ฮาวด์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการท้องอืดในสุนัข

  1. จะดูแลน้องหมาท้องอืดได้อย่างไรบ้าง?
  2. การรักษาน้องหมาท้องอืดทำได้โดยการให้ของเหลวที่มีอิเล็กโทรไลต์ผ่านทางเส้นเลือดและการให้ยาแก้ปวด วิธีนี้จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและลดการเกิดภาวะช็อก อีกทั้งยังอาจป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อสำคัญตายเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติ

     

  3. ทำไมน้องหมาถึงท้องใหญ่ขึ้นเมื่อมีอาการท้องอืด?
  4. ท้องของน้องหมาอาจบวมและใหญ่ขึ้นเนื่องจากมีแก๊สสะสมอยู่มาก ซึ่งการสะสมที่มากเกินไปนี้ทำให้กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้นจนไปกดทับอวัยวะรอบข้าง รวมถึงไปขัดขวางการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดและระบบย่อยอาหาร

     

  5. อาการท้องอืดสามารถหายเองได้มั้ย?
  6. หากเป็นอาการท้องอืดท้องเฟ้อแบบไม่รุนแรง อาการอาจดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แต่ก็ถือว่ายังมีโอกาสเสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของอาการ

     

  7. สัญญาณเตือนเริ่มแรกของอาการท้องอืดมีอะไรบ้าง?
  8. อาการท้องอืดมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีการเตือนใด ๆ น้องหมาอาจเดินวนไปมา หอบ น้ำลายไหล หรือพยายามอาเจียนโดยที่ไม่มีอะไรออกมา อาการอื่น ๆ ที่สามารถพบได้อีก ได้แก่ วิตกกังวล มีท่าทีอึดอัด และไม่สบายท้อง ในกรณีที่มีอาการรุนแรง น้องหมาอาจหมดสติ หัวใจเต้นเร็ว และเหงือกสีซีด

     

     

  9. อาการท้องอืดในแต่ละครั้งจะเกิดขึ้นนานแค่ไหน?
  10. อาการท้องอืดในสุนัขมักจะเกิดขึ้นไม่เกิน 24 ชั่วโมงหากได้รับการรักษาและดูแลอย่างเหมาะสม รวมถึงควรระมัดระวังเลือกการกำหนดปริมาณอาหารและการออกกำลังกายหลังการกินให้มากขึ้นด้วย

     

  • How Beet Pulp Ingredients Are Used in Our Dog Foods
    How Beet Pulp Ingredients Are Used in Our Dog Foods
    adp_description_block98
    เคล็ดลับแปรงฟันให้น้องหมาแฮปปี้

    • แบ่งปัน

    แน่นอนว่าเจ้าของทุกคนต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งการดูแลช่องปากก็เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกเค้ามีสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพียงแค่หมั่นแปรงฟันสุนัขและพาไปตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี ก็จะสามารถลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น โรคเหงือกอักเสบ การสะสมของคราบพลัคและหินปูน โรคเหล่านี้อาจส่งผลให้สูญเสียฟันก่อนวัยอันควรหรือเกิดการติดเชื้อในส่วนอื่นของร่างกาย

    การดูแลฟันสุนัขให้สะอาดและเลือกให้อาหารคุณภาพดีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ นอกจากนี้การทําความสะอาดฟันสุนัขยังช่วยให้คุณได้ใช้เวลาร่วมกับพวกเค้ามากขึ้น ส่งผลให้สายใยความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นตามไปด้วย

     

    ทำไมการแปรงฟันให้สุนัขจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

    เจ้าของทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้น้องหมามีช่องปากสุขภาพดี สะอาด และไม่ส่งกลิ่นเหม็น ตามมาดู 5 เหตุผลที่ทำไมการดูแลช่องปากและฟันจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของพวกเค้า

     

    ป้องกันความเจ็บปวดในช่องปาก

    การที่แปรงฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยให้พวกเค้าไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดฟันหรือการเจ็บปวดภายในช่องปาก 

     

    ป้องกันการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร

    เมื่อรากฟันติดเชื้อหรือได้รับความเสียหาย ฟันก็จะหลุดร่วงออกมา ซึ่งการดูแลทําความสะอาดฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี

     

    ป้องกันอวัยวะภายในล้มเหลว

    แบคทีเรียจากคราบพลัคสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือด อีกทั้งยังแพร่กระจายไปยังตับ ไต และหัวใจได้อีกด้วย การแพร่กระจายของเชื้อโรคนี้อาจทำให้น้องหมาป่วยและอวัยวะต่าง ๆ ได้รับอันตราย จึงจำเป็นต้องดูแลความสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเหล่านี้

     

    ป้องกันกลิ่นปากไม่พึงประสงค์

    กลิ่นปากคือสัญญาณเตือนว่าพวกเค้าควรได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างเหมาะสม เมื่อช่องปากสะอาด กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะหายไป

     

    ป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน

    สุนัขที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป มักมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเหงือกและฟัน ถึงแม้การป้องกันอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ก็ควรแปรงฟันสุนัขเป็นประจำเพื่อลดโอกาสเสี่ยงไม่ให้ปัญหาในช่องปากลุกลามจนเป็นอันตรายต่อส่วนอื่นในร่างกาย

    น้องหมาก็ต้องแปรงฟันเหมือนกับเรา แต่แตกต่างตรงที่พวกเค้ามีโอกาสเสี่ยงต่อโรคเหงือกอักเสบและการสูญเสียฟันมากกว่ามีปัญหาฟันผุ เนื่องจากมีฟันรูปทรงกรวย น้ำลายไม่เป็นกรด และส่วนใหญ่กินอาหารที่มีน้ำตาลต่ำ (หมายเหตุ: หากให้ขนมหรือของหวานบ่อย พวกเค้าก็อาจฟันผุได้เช่นกัน)

    การแปรงฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยให้ช่องปากและฟันของพวกเค้ามีสุขภาพดี ทั้งนี้ควรเลือกของเล่นที่เหมาะสำหรับการกัดแทะเพื่อป้องกันปัญหาฟันแตกหักระหว่างการเล่นด้วย

     

     

    วิธีแปรงฟันให้สุนัขมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

     

    เลือกมุมที่สงบเพื่อแปรงฟันสุนัข

    ในขณะที่แปรงฟันสุนัข ควรมีแค่คุณกับพวกเค้าเท่านั้น แนะนำให้แยกเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นออกไปก่อน

     

    ใช้ยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ

    ควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะเท่านั้น 

     

    แปรงฟันสุนัขในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ

    ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนขณะแปรงฟันให้สุนัข

     

    เริ่มแปรงฟันทีละส่วน

    แปรงฟันให้ครบทั้งฟันบนและล่าง เช็กให้แน่ใจว่าแปรงครบทุกด้าน จากนั้นอย่าลืมให้คำชมและรางวัลหลังแปรงเสร็จด้วย

     

    ทำความคุ้นเคยกับยาสีฟัน

    บีบยาสีฟันใส่นิ้วให้น้องหมาลองชิมดูก่อน เพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับรสชาติและเนื้อสัมผัส

     

    เริ่มจากแปรงฟันบนก่อน

    ยกริมฝีปากบนขึ้นและเริ่มจากแปรงฟันด้านหน้าก่อน

     

    จากนั้นเริ่มแปรงฟันล่างต่อ

    จับริมฝีปากล่างลง เริ่มต้นด้วยฟันหน้าก่อนขยับไปที่ฟันด้านข้างและด้านใน

     

    แปรงฟันให้ครบทั้งด้านข้างและด้านในช่องปาก

    หากน้องหมายอมนั่งนิ่ง ๆ ในขณะแปรงฟัน คุณสามารถแปรงทั้งด้านในและด้านนอกของฟันพร้อมกันได้เลย ทั้งนี้การแปรงฟันด้านในจะค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นควรให้น้องหมานั่งนิ่งเสียก่อน จึงค่อยเริ่มแปรงฟันทั้งด้านข้างและด้านใน

     

    ให้รางวัลตบท้ายหลังการแปรงฟัน

    การแปรงฟันอาจเป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับพวกเค้า ทางที่ดีควรให้คำชมหรือรางวัลเพื่อให้กิจกรรมนี้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดี ถึงแม้ว่ามันอาจดูขัดแย้งที่ต้องให้ขนมหลังการแปรงฟัน แต่เป้าหมายหลักของการทำเช่นนี้ คือเพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับการแปรงฟัน 

     

    เริ่มแปรงฟันให้พวกเค้าตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข

    เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 - 7 เดือน ฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดไปพร้อมกับการงอกใหม่ของฟันแท้ ในช่วงนี้เจ้าของควรเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีฟันแท้ขึ้นซ้อนกับฟันน้ำนม เนื่องจากการเกิดฟันซ้อนเป็นสาเหตุของปัญหาฟันหัก ซึ่งพบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ทอย

    แม้ว่าอาหารเม็ดหรือของเล่นสำหรับกัดแทะจะมีส่วนช่วยในการขัดฟัน แต่เพื่อความสะอาดที่มากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้วิธีแปรงฟันสุนัขควบคู่ไปด้วย และเมื่อพาน้องหมาตัวใหม่กลับบ้าน ควรฝึกให้พวกเค้าคุ้นเคยกับการแปรงฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ  การทำเช่นนี้จะเปิดโอกาสให้คุณได้ตรวจเช็กสุขภาพฟัน รวมถึงฝึกควบคุมพฤติกรรมการกัดและงับของพวกเค้าได้อีกด้วย

     

    เลือกให้อาหารที่ดีมีคุณภาพ

    อาหารมีผลต่อ 'รอยยิ้ม' ของน้องหมา โดยอาหารเม็ดและขนมขัดฟันมีส่วนช่วยในการทําความสะอาดคราบพลัคบนฟันได้ การเคี้ยวหนังสัตว์หรือของเล่นบางชนิดก็ช่วยได้เช่นกัน แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายกับฟันของพวกเค้า แต่เจ้าของก็ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยจะไม่กลืนของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ลงไปในท้อง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้กระดูกสัตว์เพื่อขัดฟันโดยเด็ดขาด

    อาหารสุนัขไอแอมส์™แบบเม็ด สำหรับสุนัขโต เช่น สูตรโปรแอคทีฟ เฮลท์™ มีเม็ดอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษซึ่งช่วยลดการสะสมของคราบหินปูน และเสริมให้น้องหมามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น

     

    วิธีแปรงฟันสุนัขให้สะอาดและราบรื่น

    การฝึกแปรงฟันให้สุนัขต้องใช้เวลาและความอดทน เริ่มจากใช้นิ้วมือถูเบา ๆ บริเวณเหงือกและฟันด้านนอกพวกเค้า หลังจากที่พวกเค้าปรับตัวได้แล้ว จึงค่อยเริ่มถูบริเวณด้านในช่องปาก

    เมื่อน้องหมาคุ้นเคยกับการถูฟันแล้ว จึงค่อยแนะนำให้พวกเค้ารู้จักกับรสชาติและเนื้อสัมผัสของยาสีฟัน โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันของคน หลังจากนั้นประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ ให้เปลี่ยนจากการใช้นิ้วพันผ้าก๊อซมาเป็นแปรงสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะแทน

    ควรจับแปรงสีฟันในมุม 45 องศา ก่อนแปรงไปที่บริเวณฟันและเหงือกของพวกเค้า โดยให้หมุนเป็นวงกลมไปมาจนทั่ว จากนั้นให้แปรงขึ้นลงเพื่อขจัดคราบพลัคระหว่างฟัน ทําซ้ำจนกว่าฟันทั้งหมดจะสะอาด สำหรับการแปรงฟันด้านในอาจยุ่งยากเล็กน้อย เนื่องจากน้องหมาไม่ยอมเปิดปากหรือนิ่งนิ่ง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้การทําความสะอาดมีประสิทธิภาพมากที่สุด แนะนำให้แปรงฟันสุนัขสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง

     

    จะเลือกยาสีฟันที่เหมาะสําหรับสุนัขได้อย่างไร?

    หากคุณต้องการดูแลฟันสุนัขให้สะอาด สุขภาพดี คุณควรเลือกยาสีฟันที่สัตวแพทย์แนะนํา เพื่อให้แน่ใจว่าผ่านการรับรองหรือทดสอบแล้วว่าปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงป้องกันการสะสมของคราบพลัคและต่อสู้กับแบคทีเรียในช่องปากได้จริง ทั้งนี้แนะนำให้งดใช้ยาสีฟันของคน เพราะมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ซึ่งเป็นพิษต่อสุนัข

     

    วิธีการดูแลทำความสะอาดช่องปากและฟันของสุนัข

    ใช้กระดาษเปียกสำหรับทำความสะอาดโดยเฉพาะ

    กระดาษเปียกประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเช็ดและขจัดคราบพลัคบนฟันของสุนัขโดยเฉพาะ มันทำความสะอาดได้เช่นเดียวกับการใช้แปรงสีฟัน แต่มีความสะดวกมากกว่า

     

    ใช้วิธีแปรงฟันสุนัขเป็นประจำ

    การแปรงฟันให้สุนัขอาจดูยุ่งยากไปบ้าง แต่มันเป็นวิธีขจัดคราบพลัคและหินปูนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องแปรงฟันให้สุนัขทุกวัน อาจจะแปรงสัปดาห์ 2 – 3 ครั้ง โดยเริ่มแรกพวกเค้าอาจไม่พอใจ ให้ฝึกบ่อย ๆ จะได้รู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น การแปรงฟันควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ หรือคุณอาจใช้นิ้วมือแทนก็ได้เช่นกัน คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคําแนะนําเพิ่มเติมได้

     

    ใช้ขนมขบเคี้ยวเป็นตัวช่วย

    การเคี้ยวเป็นวิธีทำความสะอาดฟันโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยป้องกันฟันผุ และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพฟันของพวกเค้าด้วย การให้ขนมขบเคี้ยวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี โดยขนมขบเคี้ยวมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดฟันได้ค่อนข้างดี เช่น หูวัวอบแห้ง ชิคเก้นสตริ๊ป และเนื้อวัวแบบแท่ง

     

    ให้ขนมขัดฟัน

    น้องหมาส่วนใหญ่ชื่นชอบขนมเป็นที่สุด ซึ่งขนมขัดฟันก็เป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันของพวกเค้า ขนมเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสะสมของคราบพลัค ลดกลิ่นปาก และทำความสะอาดฟัน บวกกับมีให้เลือกหลายรูปแบบ หลายขนาด และหลายรสชาติ จึงเป็นวิธีที่ถูกใจน้องหมามากกว่าการแปรงฟัน

     

    พบสัตวแพทย์เป็นประจำ

    การพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำความสะอาดฟันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คุณหมอสามารถกำหนดวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องหมา และสามารถระบุปัญหาสุขภาพที่เจ้าของอย่างคุณอาจมองข้ามไปได้

     

    เมื่อสุนัขต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

    หากน้องหมาไม่ให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน หรือคุณเริ่มสังเกตเห็นคราบสีน้ำตาลและพบเลือดออกตามไรฟันของพวกเค้า แนะนำให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที โดยคุณหมอจะให้ยาชาก่อนเริ่มทำความสะอาดช่องปากและฟันของเจ้าตัวน้อย หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว คุณหมอก็จะขัดฟันเพื่อขจัดคราบพลัคและทำให้ฟันเรียบป้องกันไม่ให้คราบพลัคเกาะติดได้ง่าย

    การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของน้องหมามาก ดังนั้นอย่าลืมแปรงฟันให้พวกเค้าเป็นประจำด้วยนะ

     

     

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของสุนัข

     

    จะดูแลฟันสุนัขให้สะอาดและสุขภาพดีได้อย่างไร?

    • คุณสามารถดูแลฟันสุนัขด้วยวิธีต่อไปนี้:
    • แปรงฟันให้สุนัขอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ
    • เตรียมของเล่นสำหรับกัดแทะไว้ให้พวกเค้า
    • หมั่นฉีดสเปรย์ทำความสะอาดช่องปาก
    • ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี

     

    น้องหมาจำเป็นต้องแปรงฟันจริงหรือไม่?

    น้องหมาก็ต้องแปรงฟันเช่นกัน! เพราะมีคราบพลัคและหินปูนซึ่งเกิดจากเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียตกค้างอยู่  เชื้อโรคเหล่านี้จะแพร่กระจายไปยังเหงือกจนทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรง หรือที่แย่กว่านั้นน้องหมาอาจสูญเสียฟันได้

     

    เราจะลดการสะสมของคราบพลัคได้อย่างไรบ้าง?

    การแปรงฟันคือวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดคราบพลัคและหินปูน โดยแนะนำให้เลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ หรือจะใช้นิ้วมือถูฟันพวกเค้าเบา ๆ แทนการใช้แปรงก็ได้ แต่อาจต้องฝึกบ่อยครั้งเพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับวิธีดังกล่าว

     

    เราจะลดการสะสมของคราบหินปูนได้อย่างไรบ้าง?

    เลือกให้อาหารที่ผ่านการรับรองโดย Veterinary Oral Health Council (VOHC) เนื่องจากกระบวนการหรือกลไกทางเคมีที่ช่วยสะสมของคราบพลัคและหินปูนบนฟันสุนัขได้ โดยการก่อตัวของหินปูนจะเกิดช้าลงหากลดการสะสมของคราบพลัคลงได้ ทั้งนี้แนะนำให้แปรงฟันให้สุนัขเป็นประจำทุกวันด้วย

     

    เราสามารถใช้น้ำยาบ้วนปากกับน้องหมาได้หรือไม่?

    สามารถใช้ได้ แต่แนะนำให้เลือกน้ำยาสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะเท่านั้น น้ำยาทำความสะอาดประเภทนี้จะช่วยลดแบคทีเรียและคราบพลัคในช่องปากได้ ส่วนวิธีใช้คือผสมให้เจือจางลงในชามน้ำของน้องหมา

Close modal