IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block467
เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

  • แบ่งปัน

น้องแมวต้องการกรดไขมันและโปรตีนมากกว่าคน รวมไปถึงสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเค้ามีนิสัยกินทีละนิดทีละหน่อยแต่กินหลายมื้อต่อวัน ดังนั้นการเลือกอาหารจึงสำคัญมาก และอาหารแมวไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรแมวโต รสไก่ คือตัวเลือกที่ดีเลย นอกจากรสชาติอร่อยถูกใจเจ้าเหมียวแล้ว ยังคงความสดใหม่ได้ยาวนานอีกด้วย

เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

คุณค่าทางโภชนาการที่เจ้าเหมียวต้องการ

แมวเหมียวต้องการโปรตีนจากสัตว์ พร้อมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ ในอัตราส่วนที่ครบถ้วนและสมดุล เพื่อเสริมให้พวกเค้ามีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารเสริมที่ไม่จำเป็น เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอีกมากมาย ในการเลือกอาหารให้เจ้าเหมียวตัวน้อย ควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • โปรตีนคุณภาพดีจากเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือไข่ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมไปถึงระบบภูมิต้านทาน และอวัยวะต่าง ๆ
  • กรดอะมิโนทอรีน ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์เท่านั้น ทั้งเนื้อไก่และปลา ช่วยให้มีสุขภาพดวงตาที่ดี นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยเสริมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ การเจริญเติบโตของลูกแมวในท้อง และพัฒนาการด้านต่าง ๆ
  • วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น วิตามิน A ซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์เท่านั้น และวิตามิน E ที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
  • อัตราส่วนที่สมดุลของกรดไขมัน ช่วยให้สุขภาพผิวหนังดี และมีขนนุ่มเงางาม
  • ไฟเบอร์คุณภาพดี เช่น บีทพัลพ์ ที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยและขับถ่าย

เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

โภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวเหมียว

  • แม่แมวตั้งท้อง หรือ แม่แมวที่กำลังให้นมลูก

     แม่แมวที่กำลังตั้งท้องต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 50% จากปริมาณปกติ โดยเราสามารถให้อาหารสูตรลูกแมวในช่วง 2-3 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งท้องกับพวกเค้าได้ เพราะมีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนตรงกับความต้องการ หลังคลอด แม่แมวต้องการพลังเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 75% โดยจะมากกว่าปกติถึงสองเท่าในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด และเพิ่มเป็นสามเท่าเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ระหว่างสัปดาห์สามถึงสี่จะเป็นช่วงที่แม่แมวต้องการพลังงานมากที่สุด เพราะต้องให้นมลูกแมวตัวน้อยที่ยังไม่สามารถกินอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกได้ เมื่อลูกแมวถึงวัยหย่านม แม่แมวจึงจะสามารถกลับมากินอาหารสูตรทั่วไปได้

เคล็ดลับการให้อาหารฉบับแมวเหมียว

  • ควบคุมน้ำหนัก

    สำหรับปัญหาน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่น แมวโตเต็มวัยต้องการสารอาหารแตกต่างจากลูกแมว และแมวสูงวัย ดังนั้นการเพิ่มปริมาณอาหารที่ไม่เหมาะกับช่วงวัยเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการทางโภชนาการ ก็อาจเป็นสาเหตุให้เจ้าเหมียวอ้วนได้ ซึ่งนี่เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
    โดยทั่วไปแมวที่เลี้ยงในบ้านมีความเสี่ยงจะมีภาวะน้ำหนักเกินได้ง่าย เพราะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกาย แต่ในฐานะเจ้าของ คุณต้องใส่ใจกับปริมาณอาหารที่เจ้าเหมียวได้รับในแต่ละวัน หรืออาจเลือกให้อาหารสูตรใหม่ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักก็ได้ ตามมาดูเคล็ดลับการให้อาหารที่จะช่วยให้เจ้าเหมียวของคุณมีน้ำหนักตัวตามมาตรฐาน และมีสุขภาพแข็งแรงกัน

what shape

 

แม้จะเลือกสูตรอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก แต่ก็ควรกำหนดปริมาณอาหารตามคำแนะนำอย่างเหมาะสมนะ

  • ป้องกันปัญหาก้อนขนอุดตัน

    โดยทั่วไปเจ้าเหมียวมักเลียขนเป็นประจำ และนั่นอาจทำให้พวกเค้ากลืนขนตัวเองลงไป ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาก้อนขนอุดตันในช่องท้องได้ หากก้อนขนเหล่านั้นไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้มาได้ เจ้าเหมียวอาจพยายามสำรอกมันออกมา การเลือกอาหารสูตรพิเศษจะช่วยป้องกันการเกิดก้อนขนอุดตันได้ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงหากผสมกับอาหารสูตรอื่น

ความแตกต่างทางพฤติกรรมการกินของแมวน้ำหนักน้อยกับแมวอ้วน

  • แมวน้ำหนักน้อย:

    น้องแมวที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ต้องการสารอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในที่สุด นอกจากนี้การเพิ่มปริมาณแคลอรี่ก็จำเป็นเช่นกัน เพื่อให้พวกเค้ามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ทั้งนี้ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ
  • แมวอ้วน:

    แมวที่มีภาวะอ้วนควรควบคุมปริมาณอาหารอย่างเคร่งครัด และควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ

ปริมาณอาหารที่น้องแมวควรได้รับในแต่ละวันคือเท่าใด?

ปริมาณอาหารที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับช่วงวัย ขนาดตัว และกิจวัตรประจำวันของพวกเค้า หรือจะเลือกให้อาหารตามตารางแนะนำที่ระบุไว้บนซองอาหารแมว ทุกซองของไอแอมส์™ ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณอาหารตามความต้องการของน้องแมวได้ และอย่าลืมแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมหากคุณให้อาหารพวกเค้ามากกว่า 1 ครั้งต่อวัน ทีนี้ตามมาดูไปพร้อมกันเลยว่าควรให้อาหารเจ้าหมียวปริมารเท่าใดบ้าง:

น้ำหนักของแมว (กก.)กรัม/วัน
345
455
560
670
780
890

 

อาหารแมวไอแอมส์™ ช่วยแก้ปัญหาการกินมากเกินไปหรือน้อยเกินไปได้อย่างไรบ้าง?

อาหารแมวไอแอมส์™ อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดีเหมาะกับแมวที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว ซึ่งอาหารแมวไอแอมส์™ สูตรควบคุมน้ำหนักและก้อนขน ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับน้องแมวที่ต้องการเพิ่มหรือลดน้ำหนัก เพราะอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้:

  • ผลิตจากเนื้อไก่คุณภาพดี
  • มีส่วนผสมของแอล – คาร์นิทีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้น้องแมวกลับมามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม
  • เป็นสูตรอาหารที่สัตวแพทย์แนะนำ
  • ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินอาหารของเจ้าเหมียว

  1. ควรปล่อยให้เจ้าเหมียวกินอาหารตามลำพังหรือไม่?
  2. การกินอาหารตามลำพังไม่ใช่ปัญหา หากพวกเค้ากินอาหารที่เตรียมไว้ให้จนหมดชาม

  3. ทำไมเจ้าเหมียวถึงหิวตลอดเวลา?
  4. หนึ่งในสาเหตุของปัญหานี้คือการเลือกอาหารที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่เหมาะสม หรืออาจเกิดจากการเป็นโรคเบาหวาน และโรคไทรอยด์เป็นพิษ หากสังเกตพบอาการผิดปกติ ควรรีบพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ในทันที

  5. ควรให้อาหารแบบไหนกับเจ้าเหมียวช่างเลือก?
  6. การที่เจ้าเหมียวปฏิเสธที่จะกินอาหาร อาจไม่ได้เกิดจากนิสัยเลือกกินเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากปัญหาทางสุขภาพ เช่นภาวะไตล้มเหลว หรือการติดเชื้อในลำไส้ และอีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้คือก้อนขนอุดตันในทางเดินอาหาร ทำให้การกินอาหารเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับเจ้าเหมียว หากพบว่าเจ้าเหมียวมีอาการเบื่ออาหาร ควรรีบพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ในทันที

    ในกรณีที่เจ้าเหมียวไม่มีปัญหาสุขภาพให้กังวลใจ คุณสามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้:

    • เสิร์ฟความอร่อยให้เจ้าเหมียว ด้วยการผสมเนื้อปลาทูน่าหรือตับในปริมาณที่เหมาะสมลงในอาหารของพวกเค้า
    • เปลี่ยนมุมให้อาหาร เพื่อค้นหาว่ามุมไหนคือมุมโปรดในการกินอาหารของเจ้าเหมียว
    • เพิ่มระยะเวลาระหว่างมื้ออาหารให้นานขึ้น เพื่อให้เจ้าเหมียวรู้สึกหิวและอยากอาหารมากขึ้น
    • อย่าเทอาหารทิ้งไว้ ควรเสิร์ฟอาหารที่สดใหม่ให้เจ้าเหมียวทุกครั้ง

  7. จะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเหมียวกำลังหิว หรืออ้อนขอกินอาหาร?
  8. หากเจ้าเหมียวของคุณรู้สึกหิว พวกเค้ามักจะแสดงอาการเหล่านี้:

    • หากเจ้าเหมียวรู้สึกหิวจริง ๆ พวกเค้าอาจส่งเสียงร้องเพื่อเรียกความสนใจ และอาจส่งเสียงขณะกินอาหารอยู่ด้วย
    • เจ้าเหมียวจะกินอาหารอย่างรวดเร็ว
    • เจ้าเหมียวอาจขโมยอาหารแม้จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ให้อาหารตามปกติ

    หากเจ้าเหมียวยังคงออดอ้อนขออาหารเพิ่มแม้จะได้รับอาหารตามปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวันแล้ว นั่นแปลว่าเจ้าเหมียวของคุณอาจเป็นกลายร่างเป็นจอมตะกละไปแล้วก็ได้

    นี่คือเคล็ดลับในการจับสังเกตเจ้าเหมียวผู้หิวโหย:

    • เช็กจำนวนมื้ออาหารในแต่ละวันของเจ้าเหมียว 
    • จับตาดูพฤติกรรมการขโมยอาหารของเจ้าเหมียวให้ดี หากมันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเจ้าเหมียวของคุณไม่สามารถหักห้ามใจในการกินได้
    • สังเกตความถี่ของการให้ขนมเจ้าเหมียวในแต่ละวัน
  • Your Cat's Health from 1 to 8 Years
    Your Cat's Health from 1 to 8 Years
    adp_description_block374
    คู่มือการดูแลลูกแมวแบบฉบับมือโปร

    • แบ่งปัน

    แมวได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์ในอุดมคติ มีความสง่างาม คล่องแคล่ว และปราดเปรียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเค้าถึงครองตำแหน่งสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาล อย่างไรก็ตาม ความเพอร์เฟกต์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอม โดยในช่วงอายุ 1 – 8 ปี เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นสู่วัยกลางคน และเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่ดูแลให้พวกเค้ามีสุขภาพที่ดี ด้วยการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม หมั่นสังเกตสภาพร่างกายหรืออาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด และพบสัตวแพทย์ตามกำหนด ยิ่งเริ่มดูแลเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแมวเหมียว ติดตามทุกเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งหมดได้ในบทความนี้

    แมวได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์ในอุดมคติ มีความสง่างาม คล่องแคล่ว และปราดเปรียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเค้าถึงครองตำแหน่งสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาล อย่างไรก็ตาม ความเพอร์เฟกต์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอม โดยในช่วงอายุ 1 – 8 ปี เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นสู่วัยกลางคน และเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่ดูแลให้พวกเค้ามีสุขภาพที่ดี ด้วยการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม หมั่นสังเกตสภาพร่างกายหรืออาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด และพบสัตวแพทย์ตามกำหนด ยิ่งเริ่มดูแลเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแมวเหมียว ติดตามทุกเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งหมดได้ในบทความนี้
     

    วิธีดูแลรักษาสุขภาพแมว

    สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง คุณอาจยังไม่คุ้นเคยกับการดูแลและไม่เข้าใจความต้องการของแมวเหมียวดีนัก ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยของคุณแข็งแรง
     

    1. แปรงขนให้แมวทุกวัน

      แมวมักจะเลียขนทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำ ส่งผลให้เกิดปัญหาก้อนขนอุดตันเป็นครั้งคราว วิธีป้องกันง่าย ๆ คือการแปรงขนทุกวัน เนื่องจากช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วออกไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดก้อนขนอุดตันในระบบทางเดินอาหารได้

    2. เลือกโภชนาการที่เหมาะสมและจัดเตรียมน้ำให้เพียงพอ

      แหล่งอาหารหลักของแมวคือเนื้อสัตว์ มันจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารแมวทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ควรให้อาหารแมวทั้งแบบเม็ดและแบบเปียก อาหารเม็ดมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพฟัน สะดวก และเก็บรักษาได้นาน ส่วนอาหารเปียกที่ประกอบด้วยน้ำเกือบ 78% นั้น ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่แมวจะได้รับในแต่ละวัน และที่สำคัญคือช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาสุขภาพในแมวสูงวัย

      และเมื่อพูดถึงเรื่องอาหารการกิน ต้องบอกก่อนเลยว่าแมวค่อนข้างจู้จี้จุกจิกเล็กน้อย แมวบางตัวชอบอาหารเม็ดมากกว่าอาหารเปียก ในกรณีนี้ คุณอาจต้องเตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพิ่มจุดวางน้ำรอบบ้าน และเลือกตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย นอกจากนี้ยังควรเลือกอาหารเม็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน อย่างอาหารแมวของไอแอมส์™ ที่ไม่เพียงแต่มีโปรตีนคุณภาพสูง แต่ยังมีสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น โอเมก้า 3 น้ำมันปลา วิตามิน และแร่ธาตุ จึงมั่นใจได้ว่าแมวของคุณจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ช่วยให้พวกเค้ามีขนสวยเงางามและมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

    3. เพิ่มจุดวางกระบะทรายภายในบ้าน

      แมวทุกตัวควรมีกระบะทรายเป็นของตัวเอง และควรมีกระบะทรายสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย นอกจากเรื่องจำนวนแล้ว ตำแหน่งของกระบะทรายก็มีความสำคัญเช่นกัน ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักวางกระบะทรายไว้ใต้เฟอร์นิเจอร์ ในห้องใต้ดิน หรือในมุมมืด ซึ่งอาจทำให้แมวไม่พอใจจนหลีกเลี่ยงการใช้งาน หากพบว่าแมวของคุณไม่ยอมใช้กระบะทราย แนะนำให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งที่วาง

    4. ค้นหาสาเหตุที่ทำให้แมวไม่ยอมใช้กระบะทราย

      แมวขับถ่ายเรี่ยราดหรือขับถ่ายไม่เป็นที่จนต้องเก็บกวาดบ้านบ่อย ๆ ถือเป็นปัญหากวนใจของผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เลย วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้คือการหาสาเหตุของพฤติกรรม เริ่มจากพาแมวของคุณไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาอาการผิดปกติ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากความเจ็บป่วยไม่ใช่ต้นเหตุ ให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งวางกระบะทรายในบ้าน

    5. ฝึกให้แมวใช้เสาลับเล็บ

      เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คนเลี้ยงแมวต้องเจอ สำหรับร่องรอยความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านภายในบ้าน การข่วนเป็นพฤติกรรมโดยสัญชาตญาณของแมว แนะนำให้เตรียมเสาลับเล็บไว้ในบ้าน วางไว้ในจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย คุณอาจโรยผงแคทนิปเพื่อกระตุ้นให้แมวอยากใช้งานเพิ่มด้วยก็ได้

    6. พาแมวไปทำหมัน

      การทำหมันมีข้อดีมากมาย ทั้งในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ แมวตัวเมียจะแสดงอาการติดสัดเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยผสมพันธุ์ ซึ่งมักจะทำให้เกิดความไม่สบายตัว นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุ 4 เดือน การเลี้ยงลูกเพียงลำพังก็สร้างความเครียดให้แม่แมวได้เช่นกัน ในขณะที่แมวตัวผู้มักจะมีปัญหาต่อสู้กันเองบ่อย ๆ จึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการข่วนและกัดได้ง่ายขึ้น
       

    ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในแมว

    หากคุณเป็นทาสแมวมือใหม่ คุณต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติหรือปัญหาสุขภาพทั่ว ๆ ไป และขอแนะนำให้พาพวกเค้าไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อค้นหาความเสี่ยงการเกิดโรคหรือตรวจจับสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพ
     

    1. อาการอาเจียน

      การอาเจียนเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุด และอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีก้อนขนอุดตันในระบบทางเดินอาหาร การกินสิ่งแปลกปลอม โรคเบาหวาน และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากพบว่าแมวท้องแข็งหรือมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ ควรไปพบสัตวแพทย์ในทันที

    2. หมัด

      หมัดเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย แต่โชคดีที่สามารถรักษาได้ง่าย สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าแมวของคุณมีหมัด ได้แก่

      • ขนร่วง
      • การติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
      • มีอาการคันหรือเกาตัวมากผิดปกติ
      • เลียตัวบ่อยขึ้น

      ทั้งนี้แนะนำให้พาน้องแมวไปตรวจร่างกาย ป้องกันปรสิต และถ่ายพยาธิเป็นประจำ

    3. โรคระบบทางเดินปัสสาวะในแมว (FLUTD)

      แมวที่มีร่างกายไม่แข็งแรง น้ำหนักตัวเกิน หรือกินน้ำน้อย แนวโน้มที่จะมีปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะสูง นอกจากนี้การอยู่ร่วมกับแมวหลายตัว การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรอย่างกะทันหัน และความเครียด ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน อาการของโรคที่พบได้ มีดังนี้

      • มีภาวะขาดน้ำ
      • ความอยากอาหารลดลง

      • อาเจียนบ่อย

      • เจ็บปวดเมื่อปัสสาวะ

      • มีการเลียรอบอวัยวะเพศ

      • ปัสสาวะมีเลือดปะปน

      • ขับถ่ายนอกกระบะทราย

      ทั้งนี้สัตวแพทย์จะตรวจสอบและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับประเภทของอาการ

    4. ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา

      ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาที่อาจพบได้ในแมว ได้แก่ ต้อหิน ต้อกระจก เยื่อบุตาอักเสบ การติดเชื้อไวรัส โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา และการบาดเจ็บต่าง ๆ คุณสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาได้จากอาการเหล่านี้ มีน้ำตาไหล ตาแดง มีขี้ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ดวงตามีความขุ่นมัว มีอาการระคายเคืองหรืออักเสบ และมีอาการตาเหล่ สำหรับวิธีดูแลเบื้องต้นนั้น ให้เช็ดทำความสะอาดดวงตาของพวกเค้าเบา ๆ จากนั้นรีบพาไปพบสัตวแพทย์

    5. ท้องเสีย

      อาการท้องเสียอาจเกิดจากการกินอาหารเน่าเสีย โรคตับ โรคมะเร็ง การติดเชื้อ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ น้องแมวอาจมีอาการอุจจาระเหลวนานเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากแมวมีอาการท้องเสียควรให้กินน้ำสะอาดมาก ๆ แล้วรีบพาไปพบสัตวแพทย์
       

    สัญญาณสุขภาพดีในแมว

    หลังจากเรียนรู้วิธีดูแลและวิธีสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพกันไปแล้ว เรามาทำความรู้จักกับสัญญาณสุขภาพดีของแมวกันบ้างดีกว่า

    1. พฤติกรรมการดูแลขน

      สัญญาณของแมวสุขภาพดีที่พบบ่อยที่สุดคือการกรูมมิ่ง พวกเค้าอาจเลียตัวเจ้าของเป็นครั้งคราว พฤติกรรมนี้บ่งบอกว่าพวกเค้าอยากดูแลคุณ รวมถึงรู้สึกสบายใจและเชื่อใจเมื่ออยู่ใกล้คุณ
    2. ส่งเสียงร้องเพอร์

      – หากแมวเหมียวของคุณส่งเสียงร้องเพอร์บ่อย ๆ ขอให้รู้ไว้เลยว่าพวกเค้ามีความสุขและพึงพอใจ แมวอาจส่งเสียงร้องเมื่อได้รับการสัมผัสอย่างอ่อนโยน ในขณะที่บางตัวเมื่อรู้สึกผ่อนคลายก็จะส่งเสียงร้องให้เรารับรู้
    3. รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว

      แมวที่มีอาการตื่นตัว มักจะหูลู่และหลังโกงโค้ง ในทางกลับกัน แมวที่มีความสุข มักจะงีบหลับด้วยความสบายใจ โดยมักจะนอนเก็บอุ้งเท้าเข้าหาตัว และหลับตาทั้งสองข้าง  

    4. ตาเบิกกว้าง

      – เมื่อแมวมีความสุข ดวงตาของพวกเค้าจะเบิกกว้างขึ้น หลายคนเข้าใจว่ามันเป็นท่าทางที่ก้าวร้าว แต่นั่นไม่ใช่ความจริงเลย!
    5.  หางตั้งตรง

      – หางแมวก็บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกได้ เมื่อแมวรู้สึกมั่นใจ พวกเค้าจะยกหางขึ้นสูง และจะกระดิกหางไปมาเล็กน้อยเมื่อมีความสุข
    6. มีความอยากอาหาร

      – แมวหิวคือแมวที่มีความสุข ถ้าแมวของคุณกินอาหารได้ดีและมีความตื่นเต้นเมื่อถึงเวลาอาหาร แสดงว่าพวกเค้ามีความอยากอาหารที่ดี
    7. นอนหลับสนิท

      – ทาสแมวทุกคนรู้ดีว่าแมวนอนเก่งมาก! นอนได้ทุกที่ ทุกเวลา หากแมวของคุณชอบนอนทับหรือมานอนใกล้ ๆ ตัวคุณ แสดงว่าพวกเค้ารักและไว้ใจคุณนะ
    8.  สดใสร่าเริง ขี้เล่น

      – หากแมวของคุณชอบเล่น ชอบวิ่งและกระโดดไปมา หรือสนุกกับของเล่นและกิจกรรมที่ทำร่วมกับเจ้าของ นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดี
    9. ใบหูตั้งขึ้นและชี้ไปด้านหน้า

      – หากแมวของคุณมีแสดงอาการแบบนี้ แปลว่าพวกเค้ารู้สึกผ่อนคลาย พร้อมให้เข้าหา ในทางกลับกัน หากใบหูลู่ลงแนบกับหัว แสดงว่าแมวกำลังหงุดหงิดและอารมณ์ไม่ดี

Close modal