IAMS TH
Kitten Basics: Enriched Environments
Kitten Basics: Enriched Environments

adp_description_block419
ทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงแมว

  • แบ่งปัน

ทาสแมวทุกคนต่างก็อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกแมวตัวน้อยของตัวเอง และหนึ่งในนั้นคือการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตและเสริมสร้างสุขภาพที่ดี สิ่งนี้หมายรวมถึงการจัดหากิจกรรม ของเล่น หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ช่วยกระตุ้นสภาพร่างกายและจิตใจพวกเค้าด้วย นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่ดียังช่วยป้องกันปัญหาทางพฤติกรรม เช่น การข่วน การกัด และการทำลายข้าวของได้อีกด้วย

 

การสร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกแมวมีความสุขและสุขภาพดี
 

เพื่อให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ลองทำตามคำแนะนำต่อไปนี้กันได้เลย

  1. การออกกำลังกายและการเล่น – การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับน้องแมวทุกช่วงวัย ควรหาเวลาให้พวกเค้าได้วิ่ง กระโดด และเล่นตามใจชอบบ้าง โดยคุณสามารถใช้ของเล่นเสริมพัฒนาการ เช่น ลูกบอล ตุ๊กตา เลเซอร์ หรือคอนโดแมว เพื่อกระตุ้นให้ลูกแมวอยากเล่นและยอมเคลื่อนไหวร่างกายมากยิ่งขึ้น

  2. พื้นที่แห่งความสนุกและปลอดภัย – ควรจัดเตรียมพื้นที่สำหรับเล่นและพักผ่อนให้กับลูกแมว อาจจัดเตรียมเสาลับเล็บและข้าวของอื่น ๆ ที่พวกเค้าสามารถใช้สร้างอาณาเขตเพิ่มเติมด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถนำกล่องลังหรืออุโมงค์แมวมาไว้ในบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเค้าได้เล่น ได้สำรวจ และใช้เป็นที่ซ่อนตัว 

  3. ของเล่นที่ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส – น้องแมวมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ทั้งการมองเห็นและการดมกลิ่น เจ้าของจึงควรจัดหาของเล่นเพื่อช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของพวกเค้า อาจใช้ของเล่นที่มีพื้นผิวต่างกันหรือหาต้นแคทนิปมาให้แทนก็ได้ นอกจากของเล่นและอุปกรณ์แล้ว คุณอาจให้อาหารหลาย ๆ ชนิด เพื่อให้ลูกแมวได้รู้จักกับรสชาติและเนื้อสัมผัสใหม่ ๆ

  4. การเข้าสังคม – แมวเป็นสัตว์สังคมและเติบโตได้ดีเมื่อมีเพื่อน หากคุณมีลูกแมวเพียงตัวเดียว อาจใช้ตุ๊กตาสัตว์หรือกระจกเป็นเพื่อนแก้เหงาให้พวกเค้า สิ่งนี้จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยได้รับการกระตุ้นทางสังคมที่จำเป็น แต่หากคุณมีแมวมากกว่าหนึ่ง ควรจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมและเตรียมอุปกรณ์จำเป็นให้เพียงพอสำหรับน้องแมวทุกตัว โดยอาจจัดให้มีพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันและเตรียมของเล่นหลากหลายชนิดเอาไว้ให้พร้อม 
     

    นอกจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว คุณยังสามารถจัดหากิจกรรมหรือตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อให้ลูกแมวมีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เราแนะนำมีดังนี้

     

  5. ฝึกทำตามคำสั่ง – ลองฝึกสอนคำสั่งพื้นฐาน เช่น การนั่งหรืออยู่นิ่ง การฝึกจะช่วยให้ลูกแมวมีสมาธิและความมั่นใจมากขึ้น

  6. เลือกใช้ชามอาหารแบบพิเศษ – ชามอาหารประเภทนี้จะช่วยให้ลูกแมวเพลิดเพลินกับการกินมากยิ่งขึ้น และช่วยป้องกันปัญหาลูกแมวกินเร็วเกินไปได้อีกด้วย

  7. ที่นั่งริมหน้าต่าง – น้องแมวส่วนใหญ่ชอบชมวิวนอกบ้าน เพราะมันช่วยให้พวกเค้าเพลิดเพลินและได้สำรวจสิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน

    การเลี้ยงน้องแมวในสภาพแวดล้อมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากจะช่วยให้พวกเค้ามีสุขภาพดีและมีความสุขแล้ว ยังป้องกันปัญหาพฤติกรรมได้อีกด้วย ยิ่งถ้าคุณฝึกทักษะและการเข้าสังคมอย่างเหมาะสม พวกเค้าก็จะสามารถปรับตัวได้ดีและมีความสุขในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นอย่าลืมทำความเข้าใจความต้องการของลูกแมวและจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเอาไว้ให้พร้อม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงแมว

  1. อะไรคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการเลี้ยงแมว?  
  2. มันคือการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งอาจรวมถึงการเตรียมอุปกรณ์ เช่น คอนโดแมว เสาลับเล็บ ของเล่นชนิดต่าง ๆ และที่หลบซ่อนตัว นอกจากนี้ควรเปิดโอกาสให้น้องแมวได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณตามธรรมชาติด้วย เช่น การล่าเหยื่อและการสำรวจ

     

  3. จะช่วยให้ลูกแมวคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างไรบ้าง?  
  4. ค่อย ๆ แนะนำให้ลูกแมวรู้จักพื้นที่รอบตัว โดยปล่อยให้พวกเค้าได้สำรวจตามใจชอบ และอาจใช้การกระตุ้นเชิงบวก เช่น การให้ขนมหรือพูดชมเชย ทั้งนี้เจ้าของควรเตรียมพื้นที่ส่วนตัวและปลอดภัยให้พวกเค้าด้วย  โดยอาจจะเลือกเป็นเบาะนอน กระเป๋าแมว หรือกล่องลัง คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้

     

  5. ลูกแมวใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่นานแค่ไหน?
  6. ลูกแมวส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ในช่วงเวลานี้ สิ่งสำคัญคือต้องจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยและสะดวกสบายเพื่อให้ลูกแมวได้สำรวจสิ่งต่าง ๆ และสร้างกิจวัตรประจำวัน ความสม่ำเสมอและความอดทนเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ลูกแมวรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

     

  7. ลูกแมวต้องการความสนใจมากน้อยแค่ไหน?
  8. ลูกแมวต้องการความเอาใจใส่และการดูแลมากเป็นพิเศษ เนื่องจากร่างกายของพวกเค้ายังเติบโตและพัฒนาได้ไม่เต็มที่ พวกเค้าต้องการอาหารที่ดี การดูแล การเล่น การเข้าสังคม และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ โดยแนะนำให้ใช้เวลาร่วมกับพวกเค้าอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งนี้คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับการดูแลลูกแมวตามช่วงวัยหรือความต้องการที่เฉพาะเจาะจงได้

     

  • Is Your Cat a Finicky Eater?
    Is Your Cat a Finicky Eater?
    adp_description_block138
    เคล็ดลับการให้อาหารเจ้าเหมียวช่างเลือก

    • แบ่งปัน

    แมวเหมียวมักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเสมอ จึงไม่แปลกหากพวกเค้าจะติดนิสัยช่างเลือกไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกของเล่นที่ชอบหรือกิจกรรมที่ทำ โดยทั่วไปความช่างเลือกเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ทาสแมวควรเป็นกังวลและหาวิธีแก้ไขหากเป็นเรื่องแมวกินยากหรือแมวเลือกกิน เบื้องต้นคุณอาจลองเปลี่ยนอาหารดูก่อน แต่ถ้าพวกเค้ายังไม่ยอมกินอาหารใหม่ คุณควรปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติม 

    ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ ต้องเข้าใจว่าเจ้าเหมียวส่วนใหญ่มีนิสัยช่างเลือก พวกเค้าอาจดื้อรั้นในช่วงแรก แต่จะปรับตัวเข้ากับกิจวัตรประจำวันที่กำหนดไว้ได้ในที่สุด ตามมาดูเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเข้าใจนิสัยเลือกกินของเจ้าเหมียวมากยิ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

    ทำไมแมวกินยาก?

    พฤติกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพราะนิสัยเลือกกินของเจ้าเหมียวเสมอไป แต่อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ

    • ไม่อยากอาหาร
      • หากแมวไม่กินข้าว เป็นไปได้ว่าพวกเค้าอาจจะไม่รู้สึกหิว หรือได้กินขนมมาตลอดทั้งวันแล้ว สำหรับน้องแมวที่เลี้ยงนอกบ้านหรือชอบหนีเที่ยว พวกเค้าอาจล่าเหยื่อเป็นอาหารจนไม่รู้สึกหิวแล้วก็เป็นได้ แต่หากน้องแมวไม่กินอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์
    • การให้อาหารไม่เป็นเวลา
      • แม้แมวจะขี้จุกจิกตามธรรมชาติ แต่พวกเค้าชอบใช้ชีวิตอย่างเป็นกิจวัตรและจดจำได้ว่าเวลาไหนคือเวลาอาหาร ดังนั้นหากให้อาหารผิดเวลา พวกเค้าก็อาจไม่ยอมกินข้าวได้
    • ชามอาหารสกปรก
      • น้องแมวไม่ชอบกินอาหารจากภาชนะที่สกปรก ดังนั้นก่อนเทอาหารให้ใหม่ก็อย่าลืมทำความสะอาดชามอาหารของพวกเค้าก่อนด้วยล่ะ
    • สภาพแวดล้อม
      • น้องแมวส่วนใหญ่ชอบกินอาหารตามลำพัง ไม่ชอบถูกจับจ้องหรือเป็นจุดสนใจเมื่อกำลังกินอาหาร
    • ความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
      • น้องแมวกินยากอาจเกิดจากความเครียดได้เช่นกัน ลองสังเกตกันดูว่ามีสมาชิกใหม่ในครอบครัวมาเพิ่มหรือไม่? มีสมาชิกในครอบครัวคนไหนจากไปหรือไม่? มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมรอบตัวเจ้าเหมียวหรือเปล่า? อย่างการย้ายบ้านใหม่ พวกเค้าอาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อความเครียดหายไปแล้ว เจ้าเหมียวก็จะกลับมากินอาหารได้ตามปกติ ซึ่งถ้าร่างกายแข็งแรง ไม่มีความผิดปกติที่น่าเป็นห่วง พ่อแม่แมวทั้งหลายก็เบาใจได้ ทั้งนี้เจ้าเหมียวสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพียงแค่เปลี่ยนชามอาหารใหม่ ก็อาจทำให้พวกเค้าไม่ยอมกินอาหารได้แล้ว
    • ปัญหาสุขภาพ
      • ปัญหาสุขภาพบางประการอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของเจ้าเหมียว ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

    วิธีรับมือเมื่อแมวเลือกกิน

    สำหรับทาสแมวที่กำลังเผชิญปัญหาแมวกินยาก ลองทำตามเคล็ดลับดี ๆ เหล่านี้ได้เลย

    • อุ่นอาหารเปียกก่อนเสิร์ฟ
      • ถ้าเสิร์ฟอาหารเย็น ๆ กลิ่นอาจไม่หอมและไม่ดึงดูดใจให้เจ้าเหมียวอยากกิน แต่การอุ่นอาหารจะช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ชวนให้เจ้าเหมียวอยากกินอาหารมากยิ่งขึ้น
    • ทำความสะอาดชามอาหาร
      • เนื่องจากน้องแมวรับรู้กลิ่นได้ดี พวกเค้าจึงรู้ได้ในทันทีหากชามอาหารไม่สะอาด ซึ่งอาจทำให้ความอยากอาหารลดลงจนไม่ยอมกินอาหารเลยทีเดียว
    • เติมน้ำซุปลงในอาหาร
      • เพิ่มความน่ากินให้อาหารมื้อธรรมดาด้วยการเติมน้ำซุปไก่ น้ำซุปปลา หรือน้ำมันเพิ่มรสชาติลงในอาหารแมว วิธีนี้จะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ากินมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงน้ำซุปที่มีส่วนประกอบของหัวหอม กุ้ยช่าย และกระเทียม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมวได้
    • ลองเปลี่ยนอาหารใหม่
      • หากน้องแมวเลือกกิน อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนอาหารใหม่กันแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปว่าต้องลองผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดเลย เพื่อหาสิ่งที่ถูกใจพวกเค้ามากที่สุด
    • ปรึกษาสัตวแพทย์
      • ถ้าเจ้าเหมียงยังไม่ยอมกินอาหารหลังจากลองทำทุกวิธีแล้ว ก็ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ หรือถ้าเจ้าเหมียวไม่กินอาหารเลยนานกว่า 24 ชั่วโมว ควรพาพวกเค้าไปพบคุณหมอทันที
    • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
      • หากต้องการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันหรือสภาพแวดล้อม ควรเปลี่ยนอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป เช่นเดียวกับการเปลี่ยนอาหาร อย่าเปลี่ยนโดยทันที ให้เริ่มจากผสมอาหารสูตรเดิมกับสูตรใหม่เข้าด้วยกันในช่วงสามวันแรก จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณอาหารใหม่และลดปริมาณอาหารเก่าลง

    การเปลี่ยนอาหารใหม่อาจเรื่องยากและจำเป็นต้องทดลองผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งไอแอมส์™ ตระหนักดีว่า พ่อแม่เหมียวทั้งหลายต่างก็ต้องการตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น อาหารแมวของไอแอมส์™ จึงมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดสำหรับแม่และลูกแมว อาหารเม็ดสำหรับแมวโต และอาหารเม็ดสูตรเลี้ยงในบ้านและบำรุงก้อนขน โดยอาหารแมวไอแอมส์™ ทุกสูตร มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล ทั้งนี้คุณสามารถปรึกษาเรื่องการเลือกอาหารเพิ่มเติมได้จากทั้งสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจากไอแอมส์™

    สิ่งที่แมวเหมียวทุกตัวต้องการ

    นี่คือสิ่งที่ทาสแมวทุกคนควรรู้เกี่ยวกับเจ้าเหมียว

    • ไม่ว่าจะเลือกให้อาหารชนิดใด ต้องเตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอและเข้าถึงได้ตลอดเวลา ขอแนะนำให้วางชามน้ำให้ห่างจากชามอาหารประมาณ  1 – 1.5  เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวกินแต่น้ำแล้วไม่กินอาหาร
    • ควรให้น้องแมวกินอาหารในมุมสงบ เป็นส่วนตัว ไร้การรบกวน
    • พบสัตวแพทย์เป็นประจำหรือตามนัดหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าน้องแมวจะมีสุขภาพดีและมีความสุขในทุกวัน

     

Close modal