IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block11
รวมประโยชน์น่ารู้ของอาหารแมวโปรตีนสูง

  • แบ่งปัน

แมวเหมียวเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับเสือและสิงโต แม้จะมีขนาดตัวเล็กกว่าและดุร้ายน้อยกว่า แต่ยังมีความต้องการทางกายภาพและโภชนาการที่คล้ายคลึงกัน โดยแมวและลูกแมวต้องการโปรตีนมากกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารแมวที่มีโปรตีนสูงให้กับพวกเค้า

ลูกแมวต้องการโปรตีนสูงเพื่อเพิ่มพลังงาน การเลือกอาหารให้ลูกแมวจึงต้องพิจารณาจากปริมาณโปรตีนเป็นสำคัญ โดยอาหารแมวส่วนใหญ่จะเลือกใช้โปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์เพื่อให้ได้ปริมาณตรงตามความต้องการในแต่ละวันของลูกแมว แม้ว่าโปรตีนจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นมาก แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

อาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนและสมดุลควบคู่ไปกับสารอาหารชนิดอื่น รวมถึงควรเลือกใช้แหล่งโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่ายด้วย

กรดอะมิโนที่ควรมีอยู่ในอาหารแมว

กรดอะมิโนเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในร่างกาย เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น แมวต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นเพียง 2 ชนิดสำหรับการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี โดยในอาหารแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นดังต่อไปนี้

  1. อาร์จินีน – เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดสำหรับแมว หากขาดกรดอะมิโนชนิดนี้ ระดับแอมโมเนียในกระแสเลือดของลูกแมวจะสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการชักและเป็นอันตรายถึงชีวิตในบางสถานการณ์
  2. ทอรีน – ทอรีนจำเป็นต่อพัฒนาการของดวงตา หัวใจ และการสืบพันธุ์ของลูกแมว แมวสามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนชนิดนี้ได้ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งมักจะไม่เพียงพอต่อพัฒนาการที่เหมาะสม ทั้งนี้ลูกแมวที่ขาดทอรีนอาจมีอาการจอประสาทตาเสื่อม กล้ามเนื้อหัวใจพองโต การสืบพันธุ์ล้มเหลว และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความผิดปกติในร่างกาย

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับแมว

แน่นอนว่าอาหารแมวทุกประเภทมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ผู้เลี้ยงก็ยังคงต้องตรวจสอบปริมาณโปรตีนของอาหารแต่ละชนิด เพื่อให้แน่ใจว่ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของแมวในแต่ละช่วงวัย

แมวส่วนใหญ่ต้องการโปรตีนประมาณ 35% – 45% เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยคุณสามารถเช็กปริมาณโปรตีนที่แมวต้องการได้จากตารางด้านล่างนี้

ช่วงวัย

ปริมาณโปรตีนโดยเฉลี่ย (%)

ลูกแมว

40 – 50%

แมวโตเต็มวัย

35 – 40%

แม่แมวตั้งท้องหรือให้นมลูก

45 – 50%

แมวสูงวัย

35 – 38%

แหล่งโปรตีนในอาหารแมว

โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การเสริมสร้างความแข็งแรง และยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมด้วย อาหารสำหรับลูกแมวจึงควรมีโปรตีนสูง ไม่เพียงแต่ในช่วงปีแรกเท่านั้น แต่รวมถึงช่วงวัยเจริญเติบโตด้วย นอกจากปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมแล้ว แหล่งที่มาของโปรตีนก็สำคัญเช่นกัน โดยแหล่งโปรตีนที่พบบ่อยที่สุดในอาหารแมว มีดังนี้

  1. โปรตีนจากพืช กลูเตนข้าวโพด กลูเตนข้าวสาลี กากถั่วเหลือง และโปรตีนจากข้าวถือเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่เหมาะสำหรับลูกแมว
  2. โปรตีนจากสัตว์ – เนื่องจากเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารสำหรับแมวจึงต้องมีเนื้อสัตว์คุณภาพดีเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าแมวจะได้รับปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม โดยแหล่งโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูง ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ ปลา และไก่งวง เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณควรมองหาในอาหารแมวโปรตีนสูง

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวได้รับปริมาณโปรตีนเพียงพอแล้ว?

แมวทุกตัวต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมที่ดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเค้าได้รับโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการแล้ว? โดยแมวโตทั่วไปควรได้รับโปรตีนประมาณ 35% จากอาหาร อ้างอิงจากข้อกำหนดของ AAFCO (องค์กรควบคุมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา) แมวต้องการโปรตีนอย่างน้อย 30% สำหรับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ และโปรตีนประมาณ 26% สำหรับการบำรุงรักษาร่างกาย หากอาหารผลิตจากแหล่งโปรตีนคุณภาพต่ำหรือมีปริมาณโปรตีนต่ำ อาจทำให้แมวมีอาการอาหารไม่ย่อยและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้

วิธีคำนวณปริมาณโปรตีนในอาหารแมวแบบเปียก

เนื่องจาก AAFCO กำหนดปริมาณโปรตีนในรูปแบบของวัตถุแห้ง ดังนั้นหากให้อาหารเปียกแก่ลูกแมวตัวน้อย คุณอาจต้องคำนวณปริมาณโปรตีนด้วยตนเอง โดยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้

ขั้นตอนที่ 1 – คำนวณหาปริมาณวัตถุแห้งของอาหารโดยหักลงจากปริมาณความชื้นสูงสุด(%) 

ขั้นตอนที่ 2 – นำปริมาณโปรตีนดิบ(%) มาหารด้วยปริมาณวัตถุแห้งที่ได้

ขั้นตอนที่ 3 – คูณผลลัพธ์ด้วย 100 เพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนในรูปแบบร้อยละที่มีอยู่ในวัตถุแห้งของอาหาร

ตัวอย่าง อาหารมีความชื้น 75% มีโปรตีนดิบ 12%

  1. 100 – 75(ความชื้น) = 25(ปริมาณวัตถุแห้งของอาหาร)
  2. 12(ปริมาณโปรตีนดิบ) / 25 = 0.48
  3. 0.48 x 100 = 48%

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารแมวโปรตีนสูง

  1. ควรเลือกอาหารแมวที่ผลิตจากแหล่งโปรตีนชนิดใดบ้าง?
  2. คุณสามารถเลือกได้ทั้งโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนที่จะเลือกซื้ออาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมว

  3. อาหารแมวโปรตีนสูงดีต่อสุขภาพแมวหรือไม่?
  4. ดีอย่างแน่นอน เพราะโปรตีนเป็นแหล่งพลังงานหลัก รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของแมวด้วย

  5. แมวชอบโปรตีนชนิดใดมากที่สุด?
  6. แมวส่วนใหญ่ชอบโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ได้แก่ ไก่ เนื้อแกะ และปล

  7. โปรตีนชนิดใดที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ในแมว?
  8. อาหารแพ้จะขึ้นอยู่กับแมวแต่ละตัว แต่แมวส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้เนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม แมวอาจแพ้เนื้อวัว ไข่ ถั่วเหลือง นม ไก่งวง หรืออาหารชนิดอื่นได้เช่นกัน ผู้เลี้ยงจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนอาหารใหม่ให้กับแมว

  9. โปรตีนชนิดใดที่ย่อยและดูดซึมได้ง่ายที่สุด?
  10. หนึ่งในอาหารโปรตีนสูงที่ย่อยง่ายที่สุดสำหรับแมวคือเนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการแพ้ของแมวก่อนที่จะเปลี่ยนมาให้อาหารโปรตีนสูงแบรนด์หรือชนิดใหม่

  • Why Fiber Is Important for Your Cat’s Nutrition
    Why Fiber Is Important for Your Cat’s Nutrition
    adp_description_block207
    เหตุผลที่ทาสแมวต้องรู้ ทำไมอาหารแมวจึงควรมีไฟเบอร์สูง

    • แบ่งปัน

    อย่างที่รู้กันดีว่าแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ พวกเค้าต้องการปริมาณโปรตีนสูงเพื่อเสริมการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี แต่โปรตีนไม่ใช่สารอาหารสำคัญเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันปัญหาลำไส้ทำงานผิดปกติ ปัญหาการย่อยอาหาร และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน อาหารแมวจึงควรมีไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบเช่นกัน

    แมวมักจะหลีกเลี่ยงการกินผักที่มีกากใยสูงเป็นอาหารมื้อหลัก และจะเคี้ยวต้นอ่อนหรือใบหญ้าเฉพาะเวลาที่มีอาการท้องผูกหรืออาหารไม่ย่อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าแมวของคุณมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกวัน คุณควรเลือกอาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์ให้กับพวกเค้า

    ทำความเข้าใจประเภทของไฟเบอร์สำหรับแมว

    อาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์มีความสำคัญเนื่องจากมีส่วนช่วยรักษาสุขภาพทางเดินอาหารของแมว โดยไฟเบอร์หรือใยอาหารจำแนกออกเป็น 2 ประเภทตามความสามารถในการละลาย ดังนี้

    1. ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ – เส้นใยชนิดนี้ละลายได้ง่ายในน้ำย่อยและน้ำในลำไส้ ไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้บางชนิดจะเปลี่ยนเป็นเจลเพื่อให้แมวขับถ่ายได้ง่ายขึ้น อาหารแมวควรมีส่วนผสมของไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ เนื่องจากจำเป็นต่อการย่อยอาหารและการทำงานของลำไส้
    2. ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ – อาหารแมวควรมีไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำควบคู่ไปกับไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำจะเพิ่มปริมาตรของกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่ม และยังเพิ่มปริมาตรของอุจจาระ ช่วยเร่งให้อาหารผ่านไปตามทางเดินอาหารได้เร็วขึ้น แมวจะขับถ่ายได้ดี สม่ำเสมอ และไม่มีอาการท้องผูก

    ในการเลือกอาหารแมว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีไฟเบอร์ทั้งสองชนิด เพราะแบคทีเรียในลำไส้ของแมวสามารถย่อยไฟเบอร์เหล่านี้เพื่อผลิตสารประกอบใหม่ที่ช่วยบำรุงเซลล์ลำไส้ได้

    เพราะเหตุใดแมวจึงต้องการไฟเบอร์?

    หากต้องการให้เจ้าตัวน้อยที่บ้านมีสุขภาพดี ขับถ่ายง่าย ไม่มีอาการท้องผูก ผู้เลี้ยงก็ควรเลือกซื้ออาหารแมวที่อุดมด้วยไฟเบอร์ เพราะอาหารชนิดนี้จะมีพรีไบโอติกหรือแบคทีเรียดีที่ช่วยเสริมการทำงานของลำไส้ 

    แม้ว่าไฟเบอร์จะจำเป็นสำหรับแมว แต่พวกเค้าต้องการมันในปริมาณที่จำกัด หากได้รับไฟเบอร์มากเกินไปอาจส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารผิดปกติ ในทางกลับกัน หากได้รับปริมาณน้อยเกินไปก็อาจทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี โดยปริมาณไฟเบอร์ที่เหมาะสมสำหรับแมวจะอยู่ที่ประมาณ 1.4% - 3.5% ของปริมาณแคลอรีที่แมวได้รับต่อวัน

    แหล่งไฟเบอร์คุณภาพดีสำหรับแมว

    สำหรับผู้เลี้ยงที่วางแผนเพิ่มไฟเบอร์ลงในอาหารประจำวันของเจ้าตัวน้อย เราได้รวบรวมตัวเลือกดี ๆ มาให้คุณแล้ว ตามมาดูไปพร้อมกันเลย

    1. ใยอาหารจากสัตว์ – ขนนก เส้นขน กระดูก เส้นเอ็น กระดูกอ่อน และอวัยวะภายในอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบจากสัตว์ที่อุดมด้วยไฟเบอร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสัตว์กินเนื้ออย่างแมวเหมียว
    2. แคร์รอต – แคร์รอตเป็นแหล่งไฟเบอร์และวิตามินซีที่ดี เราสามารถเพิ่มแคร์รอตดิบหรือแคร์รอตต้มสุกปริมาณเล็กน้อยลงในอาหารแมวได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนอาหารปกติให้เป็นอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ได้ง่าย ๆ
    3. ถั่วเขียว – เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับแมว เนื่องจากมีคาร์โบไฮเดรตต่ำแต่มีไฟเบอร์สูง โดยคุณสามารถเพิ่มถั่วเขียวปริมาณเล็กน้อยลงในอาหารแมวบางมื้อได้
    4. รำข้าวสาลี – ผลพลอยได้จากข้าวสาลีนี้เป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นดีสำหรับแมว เพราะมีรสหวานคล้ายกับรสชาติของถั่ว ทำให้แมวส่วนใหญ่ชื่นชอบและอยากกินมากยิ่งขึ้น
    5. บรอกโคลี – บรอกโคลีก็เป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดีเช่นเดียวกับผักใบเขียวชนิดอื่น คุณสามารถผสมบรอกโคลีต้มชิ้นเล็ก ๆ ลงในอาหารของเจ้าเหมียวเพื่อป้องกันปัญหาอาหารไม่ย่อยและท้องผูกได้
    6. ผักโขม – เป็นแหล่งไฟเบอร์คุณภาพดีที่อุดมด้วยวิตามินซีและเค คุณสามารถเพิ่มผักโขมต้มสุก 2 – 3 ใบลงในอาหารประจำวันของเจ้าเหมียว เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเค้าได้รับใยอาหารเพียงพอในแต่ละวัน และจะมีระบบย่อยอาหารที่สุขภาพดี
    7. ผักกาดหอม – ผักกาดหอมมีปริมาณไฟเบอร์และน้ำที่เหมาะสม การปล่อยให้แมวเคี้ยวใบผักกาดเป็นครั้งคราวจะช่วยให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์และน้ำเพิ่มมากขึ้น

    นอกจากรายชื่ออาหารข้างต้นแล้ว ขอแนะนำ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ รสไก่ อาหารแมวไฟเบอร์สูงที่มาพร้อมโปรตีนจากเนื้อไก่แสนอร่อย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับแมวเหมียว มั่นใจได้เลยว่าพวกเค้าจะได้รับไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับสารอาหารสำคัญอื่น ๆ นอกจากนี้ ไอแอมส์™ ยังคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดีและปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เจ้าตัวน้อยของคุณจะได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน

     

Close modal