IAMS TH
cat article detail banner
cat article detail banner

adp_description_block307
รวมประโยชน์น่ารู้ของอาหารแมวโปรตีนสูง

  • แบ่งปัน

แมวเหมียวเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกันกับเสือและสิงโต แม้จะมีขนาดตัวเล็กกว่าและดุร้ายน้อยกว่า แต่ยังมีความต้องการทางกายภาพและโภชนาการที่คล้ายคลึงกัน โดยแมวและลูกแมวต้องการโปรตีนมากกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างเหมาะสม ผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารแมวที่มีโปรตีนสูงให้กับพวกเค้า

ลูกแมวต้องการโปรตีนสูงเพื่อเพิ่มพลังงาน การเลือกอาหารให้ลูกแมวจึงต้องพิจารณาจากปริมาณโปรตีนเป็นสำคัญ โดยอาหารแมวส่วนใหญ่จะเลือกใช้โปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์เพื่อให้ได้ปริมาณตรงตามความต้องการในแต่ละวันของลูกแมว แม้ว่าโปรตีนจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นมาก แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

อาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนและสมดุลควบคู่ไปกับสารอาหารชนิดอื่น รวมถึงควรเลือกใช้แหล่งโปรตีนคุณภาพดีและย่อยง่ายด้วย

กรดอะมิโนที่ควรมีอยู่ในอาหารแมว

กรดอะมิโนเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน และมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในร่างกาย เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น แมวต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นเพียง 2 ชนิดสำหรับการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดี โดยในอาหารแมวควรมีกรดอะมิโนที่จำเป็นดังต่อไปนี้

  1. อาร์จินีน – เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดสำหรับแมว หากขาดกรดอะมิโนชนิดนี้ ระดับแอมโมเนียในกระแสเลือดของลูกแมวจะสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการชักและเป็นอันตรายถึงชีวิตในบางสถานการณ์
  2. ทอรีน – ทอรีนจำเป็นต่อพัฒนาการของดวงตา หัวใจ และการสืบพันธุ์ของลูกแมว แมวสามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนชนิดนี้ได้ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งมักจะไม่เพียงพอต่อพัฒนาการที่เหมาะสม ทั้งนี้ลูกแมวที่ขาดทอรีนอาจมีอาการจอประสาทตาเสื่อม กล้ามเนื้อหัวใจพองโต การสืบพันธุ์ล้มเหลว และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความผิดปกติในร่างกาย

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับแมว

แน่นอนว่าอาหารแมวทุกประเภทมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ผู้เลี้ยงก็ยังคงต้องตรวจสอบปริมาณโปรตีนของอาหารแต่ละชนิด เพื่อให้แน่ใจว่ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของแมวในแต่ละช่วงวัย

แมวส่วนใหญ่ต้องการโปรตีนประมาณ 35% – 45% เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี โดยคุณสามารถเช็กปริมาณโปรตีนที่แมวต้องการได้จากตารางด้านล่างนี้

ช่วงวัย

ปริมาณโปรตีนโดยเฉลี่ย (%)

ลูกแมว

40 – 50%

แมวโตเต็มวัย

35 – 40%

แม่แมวตั้งท้องหรือให้นมลูก

45 – 50%

แมวสูงวัย

35 – 38%

แหล่งโปรตีนในอาหารแมว

โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การเสริมสร้างความแข็งแรง และยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมด้วย อาหารสำหรับลูกแมวจึงควรมีโปรตีนสูง ไม่เพียงแต่ในช่วงปีแรกเท่านั้น แต่รวมถึงช่วงวัยเจริญเติบโตด้วย นอกจากปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมแล้ว แหล่งที่มาของโปรตีนก็สำคัญเช่นกัน โดยแหล่งโปรตีนที่พบบ่อยที่สุดในอาหารแมว มีดังนี้

  1. โปรตีนจากพืช กลูเตนข้าวโพด กลูเตนข้าวสาลี กากถั่วเหลือง และโปรตีนจากข้าวถือเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่เหมาะสำหรับลูกแมว
  2. โปรตีนจากสัตว์ – เนื่องจากเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารสำหรับแมวจึงต้องมีเนื้อสัตว์คุณภาพดีเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อให้แน่ใจว่าแมวจะได้รับปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม โดยแหล่งโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูง ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ ปลา และไก่งวง เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณควรมองหาในอาหารแมวโปรตีนสูง

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวได้รับปริมาณโปรตีนเพียงพอแล้ว?

แมวทุกตัวต้องการโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมที่ดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเค้าได้รับโปรตีนเพียงพอต่อความต้องการแล้ว? โดยแมวโตทั่วไปควรได้รับโปรตีนประมาณ 35% จากอาหาร อ้างอิงจากข้อกำหนดของ AAFCO (องค์กรควบคุมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา) แมวต้องการโปรตีนอย่างน้อย 30% สำหรับการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ และโปรตีนประมาณ 26% สำหรับการบำรุงรักษาร่างกาย หากอาหารผลิตจากแหล่งโปรตีนคุณภาพต่ำหรือมีปริมาณโปรตีนต่ำ อาจทำให้แมวมีอาการอาหารไม่ย่อยและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้

วิธีคำนวณปริมาณโปรตีนในอาหารแมวแบบเปียก

เนื่องจาก AAFCO กำหนดปริมาณโปรตีนในรูปแบบของวัตถุแห้ง ดังนั้นหากให้อาหารเปียกแก่ลูกแมวตัวน้อย คุณอาจต้องคำนวณปริมาณโปรตีนด้วยตนเอง โดยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้

ขั้นตอนที่ 1 – คำนวณหาปริมาณวัตถุแห้งของอาหารโดยหักลงจากปริมาณความชื้นสูงสุด(%) 

ขั้นตอนที่ 2 – นำปริมาณโปรตีนดิบ(%) มาหารด้วยปริมาณวัตถุแห้งที่ได้

ขั้นตอนที่ 3 – คูณผลลัพธ์ด้วย 100 เพื่อให้ได้ปริมาณโปรตีนในรูปแบบร้อยละที่มีอยู่ในวัตถุแห้งของอาหาร

ตัวอย่าง อาหารมีความชื้น 75% มีโปรตีนดิบ 12%

  1. 100 – 75(ความชื้น) = 25(ปริมาณวัตถุแห้งของอาหาร)
  2. 12(ปริมาณโปรตีนดิบ) / 25 = 0.48
  3. 0.48 x 100 = 48%

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารแมวโปรตีนสูง

  1. ควรเลือกอาหารแมวที่ผลิตจากแหล่งโปรตีนชนิดใดบ้าง?
  2. คุณสามารถเลือกได้ทั้งโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนที่จะเลือกซื้ออาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกแมว

  3. อาหารแมวโปรตีนสูงดีต่อสุขภาพแมวหรือไม่?
  4. ดีอย่างแน่นอน เพราะโปรตีนเป็นแหล่งพลังงานหลัก รวมถึงมีส่วนช่วยเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของแมวด้วย

  5. แมวชอบโปรตีนชนิดใดมากที่สุด?
  6. แมวส่วนใหญ่ชอบโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ได้แก่ ไก่ เนื้อแกะ และปล

  7. โปรตีนชนิดใดที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ในแมว?
  8. อาหารแพ้จะขึ้นอยู่กับแมวแต่ละตัว แต่แมวส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้เนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม แมวอาจแพ้เนื้อวัว ไข่ ถั่วเหลือง นม ไก่งวง หรืออาหารชนิดอื่นได้เช่นกัน ผู้เลี้ยงจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนอาหารใหม่ให้กับแมว

  9. โปรตีนชนิดใดที่ย่อยและดูดซึมได้ง่ายที่สุด?
  10. หนึ่งในอาหารโปรตีนสูงที่ย่อยง่ายที่สุดสำหรับแมวคือเนื้อไก่ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการแพ้ของแมวก่อนที่จะเปลี่ยนมาให้อาหารโปรตีนสูงแบรนด์หรือชนิดใหม่

  • Why Antioxidants Are Good For Your Cat
    Why Antioxidants Are Good For Your Cat-mob
    adp_description_block26
    ทำไมสารต้านอนุมูลอิสระถึงดีกับแมวของคุณ

    • แบ่งปัน

     

    สารต้านอนุมูลอิสระดีต่อแมวของคุณ เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการลดความเสียหายต่อเซลล์ อย่างเช่น เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน โดยธรรมชาติแล้วสารต้านอนุมูลอิสระจะมีสารที่ช่วยชะลอปฏิกิริยาออกซิเดชันของโมเลกุลเซลล์ แถมยังช่วยในการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันและการจดจำวัคซีนในแมว 

    ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในแมวที่ต้องรับวัคซีน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ นอกจากนี้แล้วสารต้านอนุมูลอิสระยังช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ภูมิคุ้มกันในแมวสูงวัยช่วยให้เค้ากลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงเหมือนช่วงวัยรุ่น

     

    สารต้านอนุมูลอิสระในอาหารแมวไอแอมส์™

     

    ตามธรรมชาติแล้วสารต้านอนุมูลอิสระพบได้ในสัตว์และพืชอย่างผักและผลไม้ สารต้านอนุมูลอิสระที่พบบ่อย ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี และสารประกอบแคโรทีนอยด์ (รวมถึงลูทีนและเบต้าแคโรทีน) สารต้านอนุมูลอิสระหลาย ๆ ตัวรวมกันในปริมาณปานกลาง อาจมีประโยชน์กว่าสารต้านอนุมูลอิสระชนิดเดียวในปริมาณสูง

     

    สารต้านอนุมูลอิสระทำงานอย่างไร ?

     

    ระหว่างที่เซลล์ทำงานเป็นปกติภายในร่างกาย เซลล์จะสร้างโมเลกุลที่สร้างความเสียหายชื่อว่า อนุมูลอิสระ สารชนิดนี้จะเป็นสารที่ไม่คงรูป และชอบขโมยสารประกอบจากโมเลกุลเซลล์ชนิดอื่นอย่างไขมัน โปรตีน หรือดีเอนเอ จึงถือเป็นสารที่เป็นอันตราย

    ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้เซลล์ทั้งหมดเกิดความเสียหายและตายลง ปฏิกิริยาลูกโซ่นี้มีชื่อว่า ปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่มีประโยชน์ เนื่องจากช่วยทำลายเซลล์ตกค้างที่ไม่มีประโยชน์ รวมถึงเชื้อโรคและปรสิตด้วย แต่เมื่อปล่อยให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นโดยไม่มีการควบคุมก็อาจส่งผลให้เซลล์ที่มีสุขภาพดีเสียหายหรือโดนทำลายได้เช่นกัน

    สารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ในวงกว้าง ให้สารประกอบเพื่อคงรูปอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระจะกลับไปยังผิวเซลล์เพื่อคงรูปแทนที่จะทำลายสารประกอบเซลล์ตัวอื่น

    เมื่อมีสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอที่จะควบคุมปฏิกิริยาออกซิเดชัน อนุมูลอิสระจะเริ่มทำลายเซลล์ที่มีสุขภาพดีและนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น อนุมูลอิสระทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกันจะเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อได้

     

    สารต้านอนุมูลอิสระและระบบภูมิคุ้มกันของแมวคุณ

     

    เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระมีหน้าที่สำคัญในการทดความเสียหายของเซลล์ เช่น เซลล์ที่ประกอบกันเป็นระบบภูมิคุ้มกัน จึงมีงานวิจัยเพื่อศึกษาประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระบางตัวต่อระบบภูมิคุ้มกันของแมว ผลการศึกษาพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ระบบภูมิคุ้มของแมวมีความแข็งแรง

    นอกจากนี้ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า ประโยชน์ที่สารต้านอนุมูลอิสระแต่ละตัวมีต่อระบบภูมิคุ้มกันนั้นมีความแตกต่างกัน ดังนั้น สารต้านอนุมูลอิสระเพียงชนิดเดียวในปริมาณสูงจึงมีประโยชน์น้อยกว่าสารต้านอนุมูลอิสระหลาย ๆ ทำงานร่วมกัน

     

    แหล่งที่มาของสารต้านอนุมูลอิสระ

     

    วิตามินอี (โทโคฟีรอล) สารสกัดจากพืช ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ทีในระบบภูมิคุ้มกันให้เหมาะสม

    วิตามินรวม (เบต้าแคโรทีน) ข้าวโพดบด ผลพลอยได้จากไก่ และไขมันไก่ รักษาสมดุลของเซลล์ต่าง ๆ ในเลือด เพิ่มปริมาณแอนติบอดีในเลือด และเพิ่มการจดจำวัคซีน

     

    สารต้านอนุมูลอิสระและความชราในแมว

     

    งานวิจัยชิ้นใหม่ยังศึกษาผลกระทบระหว่างความแก่ชราและการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ซึ่งผลการศึกษาพบว่า เมื่อแมวมีอายุมากขึ้น การตอบสนองของเซลล์ภูมิคุ้มกันจะเสื่อมสภาพลง การเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยแก้ไขความเสื่อมสภาพของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มาจากอายุที่มากขึ้นได้ และคืนสุขภาพที่ดีแบบแมววัยโตเต็มวัยให้เค้า

     

Close modal