IAMS TH
การรักษาโรคผิวหนังแมว
การรักษาโรคผิวหนังแมว

adp_description_block96
การรักษาโรคผิวหนังแมว

  • แบ่งปัน

ผิวหนังและเส้นขนเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของสุขภาพโดยรวมของแมว โดยลักษณะขนที่มีสุขภาพดีจะต้องสวยเงางามและไม่หยาบกระด้าง ส่วนผิวหนังจะต้องอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น ไม่มัน ไม่เป็นขุยหรือขรุขระ การเลือกโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมวจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวหนังและเส้นขนที่ดี เช่นเดียวกับการดูแลขนและการอาบน้ำแมวเป็นประจำ

 

เราสามารถดูแลสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของแมวได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่การให้อาหารคุณภาพดีไปจนถึงการลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลที่เหมาะสม การดูแลรักษาโรคผิวหนังของแมวก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก อ่านบทความของเราเพื่อทำความเข้าใจสภาพผิวหนังของแมว พร้อมเรียนรู้วิธีดูแลสุขภาพผิวหนังและเส้นขนให้แข็งแรง

 

ลักษณะผิวหนังที่มีสุขภาพดี

เนื่องจากแมวแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะขนต่างกัน ขนที่มีสุขภาพดีจึงมีลักษณะต่างกันด้วย เช่น

  • มีขนปกคลุมบาง ๆ เหมือนไร้ขน (แมวพันธุ์สฟิงซ์)

  • ขนหยิก หลุดร่วงเล็กน้อย (แมวพันธุ์เร็กซ์)

  • ขนสั้นและเรียบลื่น (แมวพันธุ์โอเรียนทัล)

  • แมวบ้านมักจะมีขนชั้นนอกสั้นและขนชั้นในที่อ่อนนุ่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

  • ขนยาว นุ่มและเรียบ แต่ขนพันกันง่าย

สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขนของแมว

เนื่องจากเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย การดูแลผิวหนังจึงมีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ โดยผิวของแมวส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยขนที่หลุดร่วงและขนที่งอกขึ้นมาใหม่ วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของแมวคือการให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล อาหารแมวที่ดีควรประกอบด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุคุณภาพสูงที่ย่อยได้ง่าย ซึ่งนอกจากจะทำให้แมวได้รับพลังงานเพียงพอต่อความต้องการแล้ว มันยังช่วยให้ตับและไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

 

กรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 คือสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของลูกแมว สารอาหารสองชนิดนี้ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ควรมีอยู่ในอาหารแมว กรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น กรดอัลฟาไลโนเลนิก (ALA) และกรดไอโคซาเพนตะอิโนอิก (EPA) จะช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขน รวมถึงช่วยรักษาระดับการซึมผ่านของน้ำในผิวหนังด้วย ส่วนกรดไขมันโอเมก้า 6 เช่น กรดไลโนเลอิกและกรดอะราซิโดนิก จะช่วยให้เนื้อเยื่อบุผิวในร่างกายของแมวมีสุขภาพดี

 

คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อค้นหาอาหารที่เหมาะกับช่วงวัยและความต้องการของแมวได้ หากพบว่าแมวผิวแห้ง มีขนหยาบกระด้างและหลุดร่วงมากผิดปกติ ควรพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเพิ่มเติม

 

วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของแมว

วิตามินเป็นสารอาหารที่สำคัญ และแมวควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสม วิตามินที่สำคัญพบได้ในส่วนผสมหลายชนิดในอาหารแมว การกินอาหารคุณภาพดีมีคุณค่าครบถ้วนและสมดุลจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดี สำหรับวิตามินที่แมวควรได้รับจากอาหารมีดังนี้

  1. วิตามินเอ – จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินที่ละลายในไขมัน วิตามินเอช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันและการมองเห็น อย่างไรก็ตาม วิตามินเอในปริมาณมากอาจเป็นพิษต่อแมว ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบปริมาณที่เหมาะสมสำหรับแมวของคุณ

  2. วิตามินซี – เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสมานแผลและช่วยให้แมวใช้โปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  3. วิตามินดี – ช่วยกักเก็บฟอสฟอรัสและแคลเซียมในร่างกายของแมว เป็นที่รู้จักกันในนาม “วิตามินแสงแดด” เนื่องจากช่วยให้กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นประสาททำงานได้ดี

  4. วิตามินบี 1 (ไทอามีน) – จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินที่ละลายน้ำได้ มันมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบการเผาผลาญ รวมถึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและการส่งกระแสประสาท

  5. วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) – ช่วยให้สลายคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน เพื่อผลิตพลังงานและช่วยขนส่งออกซิเจนไปทั่วร่างกาย วิตามินชนิดนี้ยังช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนังและเส้นขนอีกด้วย

  6. วิตามินบี 3 (ไนอะซิน) – เป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ซึ่งจะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะ แมวควรได้รับวิตามินชนิดนี้เป็นประจำ มันช่วยเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และยังมีส่วนช่วยให้ผิวหนังของแมวแข็งแรง

  7. วิตามินบี 6 – ช่วยสลายไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเพื่อผลิตพลังงานและจ่ายออกซิเจนไปทั่วร่างกาย

เช่นเดียวกับวิตามิน แร่ธาตุก็จำเป็นต่อร่างกายของแมวเช่นกัน มันช่วยส่งเสริมการสร้างเอนไซม์ การลำเลียงออกซิเจน การนำสารอาหารไปใช้ และการรักษาความสมดุลของความเป็นกรดด่าง (pH) โดยอาหารของแมวควรมีแร่ธาตุต่อไปนี้

  1. แคลเซียม

  2. ธาตุเหล็ก

  3. โซเดียม

  4. แมกนีเซียม

  5. คลอไรด์

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบปริมาณวิตามินและแร่ธาตุที่เหมาะสมสำหรับแมวของคุณ

 

โรคผิวหนังในแมวที่พบบ่อยและวิธีการรักษา

โรคผิวหนังของแมวที่พบได้บ่อย เช่น เชื้อราในแมว แมวคันผิวหนัง ทำให้เกาหรือเลียมากผิดปกติ ผิวหนังมีรอยแดงและบวม ขนร่วง หรือคุณอาจพบว่าแมวผิวเป็นสะเก็ดและเป็นขุย ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณสามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันการเกิดปัญหา

  1. ให้อาหารแมวคุณภาพดี

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเลือกอาหารที่ดีที่สุดสำหรับแมว เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล วิธีนี้จะช่วยให้แมวได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญในการสังเคราะห์คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของแมวด้วย

  1. แปรงขนเป็นประจำ

การแปรงขนเป็นประจำช่วยให้ผิวหนังและขนของแมวมีสุขภาพดีได้จริง มันช่วยป้องกันปัญหาขนสังกะตังและขนพันกันเป็นก้อน ปัญหาเหล่านี้มักจะทำให้แมวรู้สึกไม่สบายตัว ขนร่วง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนังได้ด้วย แนะนำให้เลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับลักษณะขนของแมว เพื่อลดอาการระคายเคืองหรือความรู้สึกไม่สบาย

  1. อาบน้ำเพื่อรักษาสภาพผิวหนัง

การอาบน้ำแมวไม่จำเป็นต้องทำบ่อย เนื่องจากแมวมีนิสัยชอบดูแลตัวเอง และส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบอาบน้ำ อย่างไรก็ตาม หากแมวเริ่มเกาตัวบ่อยขึ้นหรือเนื้อตัวเริ่มสกปรก ควรอาบน้ำให้พวกเค้าด้วยแชมพูที่ออกแบบมาเพื่อแมวโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยเนื่องจากเป็นพิษต่อผิวหนังและขนของแมว ทั้งนี้คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับการอาบน้ำแมวและการเลือกแชมพูที่เหมาะสมเพิ่มเติมได้

  1. ป้องกันเห็บหมัด

การติดเชื้อเห็บหมัดเป็นปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดในแมว และควรได้รับการรักษาทันที การติดเชื้ออาจทำให้แมวคันผิวหนัง แมวอาจเกาและเลียตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักจะทำให้เกิดบาดแผลหรือขนร่วงเป็นหย่อม

  1. จัดการกับความเครียด

หากแมวมีอาการวิตกกังวลและเครียดอย่างรุนแรง พวกเค้ามักจะเลียขนบ่อยจนผิดปกติ พฤติกรรมนี้อาจทำให้ขนร่วงเป็นจำนวนมาก นอกจากจะส่งผลกระทบต่อรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ความเครียดและความวิตกกังวลยังทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว หากพบว่าแมวเลียตัวบ่อยเกินไป แนะนำให้พาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกายเพิ่มเติม

 

สภาพผิวหนังของแมวมักเป็นสัญญาณของความไม่สมดุลในร่างกาย หากคุณสังเกตสัญญาณเตือนของโรคผิวหนังในแมว เช่น เชื้อราในแมว แมวผิวแห้ง ผิวหนังบวมและแดง แมวผิวเป็นสะเก็ดหรือเป็นขุย ขนร่วงและหยาบกระด้าง ควรพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของแมว

  1. อาหารชนิดใดดีต่อสุขภาพผิวหนังของแมว?
  2. ให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล จากนั้นก็รอชมผลลัพธ์บนผิวหนังของเจ้าเหมียวได้เลย รูปลักษณ์ภายนอกของแมวเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงสุขภาพภายใน และอย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าอาหารแมวมีวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสมด้วย

  3. วิตามินที่ดีต่อสุขภาพผิวหนังของแมวมีอะไรบ้าง?
  4. วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินดี วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 และบี 6 คือวิตามินที่ดีต่อสุขภาพผิวหนังของแมว

  5. การดูแลขนแมวให้มีสุขภาพดี มีวิธีใดบ้าง?
  6. คุณสามารถดูแลขนของแมวได้ด้วยการให้อาหารคุณภาพดี แปรงขนเป็นประจำ และป้องกันเห็บหมัด

  7. ควรดูแลรักษาแมวที่มีปัญหาสุขภาพผิวอย่างไร?
  8. คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์หากแมวมีปัญหาผิวหนัง เช่น แมวผิวแห้ง ผิวลอกเป็นสะเก็ด ขนร่วงและหยาบกระด้าง นอกจากการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว คุณยังสามารถดูแลด้วยขั้นตอนพื้นฐานได้ เช่น ให้อาหารคุณภาพดีและน้ำให้ปริมาณที่เพียงพอ รวมถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ดูแลขนที่เหมาะสม

  • How to Create an Enriching Environment for Your Kitten
    How to Create an Enriching Environment for Your Kitten
    adp_description_block460
    วิธีสร้างบรรยากาศให้เหมาะกับเจ้าตัวน้อยของคุณ | ไอแอมส์™

    • แบ่งปัน

    มอบบรรยากาศที่เหมาะกับเจ้าเหมียวของคุณ ให้เค้าได้มีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง และพร้อมผจญภัยอยู่เสมอ

     

    เจ้าเหมียวมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น ขี้เล่น แถมยังมีพลังงานเยอะ บรรยากาศที่ปลอดภัยและเหมาะสมจะช่วยกระตุ้นให้เค้าอยากเล่น ทั้งยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สมอง สุขภาพ และพัฒนาการที่ดีไปตลอดชีวิต

     

    เคล็ดลับในการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเหมาะกับลูกแมว

     

    การเลี้ยงแมวไว้ในบ้านมีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากช่วยป้องกันเค้าจากภัยอันตรายหลากหลายรูปแบบ แต่เมื่อขาดประสบการณ์ที่ควรได้เรียนรู้จากธรรมชาติ จึงควรมีสิ่งอื่นมาทดแทนเพื่อช่วยเสริมสร้างสมองและกล้ามเนื้อให้เจ้าเหมียว

    จัดให้แมวได้อยู่ในที่ปลอดภัยสำหรับซ่อนตัวและพักผ่อนเพื่อสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมให้แก่เค้า อย่างเช่น ขอบหน้าต่าง กระเป๋าแมว หรือที่นอนแมว เจ้าเหมียวควรรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ในที่ปลอดภัยซึ่งเค้าอาจชอบที่นอนที่เป็นสถานที่ปิดมากกว่า เนื่องจากเจ้าเหมียวใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน เราจึงควรกระตุ้นให้เค้าใช้เวลาที่ตื่นอยู่ไปกับกิจกรรมที่บริหารร่างกายและสมอง

    การสร้างบรรยากาศให้มีความสนุกสนานและน่าเล่นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พื้นที่หลายระดับความสูงมีประโยชน์กับแมวมาก อย่างเช่น ต้นไม้ หรือที่นอนแมว เสาลับเล็บรูปแบบต่าง ๆ จะช่วยสอนการขีดข่วนที่ถูกต้องเหมาะสม ฝึกสัญชาตญาณตามธรรมชาติ และป้องกันไม่ให้เค้าไปลับเล็บบนเฟอร์นิเจอร์หรือพรมตัวโปรดของคุณ

    นอกจากนี้การเข้าสังคมกับแมวด้วยกันก็เป็นประโยชน์กับแมวจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อได้ทำความรู้จักกับแมวตัวอื่นตั้งแต่เค้ายังเด็ก การมีเพื่อนเล่นเป็นแมวหรือลูกแมวจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการ ที่เจ้าเหมียวต้องการเล่นหรือเคลื่อนไหวอยู่เกือบตลอดเวลา และอย่าลืมว่าแมวเป็นสัตว์ต้องการพื้นที่เยอะ บ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัวควรมีพื้นที่หลากหลาย เพื่อให้พวกเค้าได้ซ่อน นอน และสังเกตการณ์

     

    เกมและของเล่นที่เจ้าเหมียวชื่นชอบ

     

    องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยแต่งเติมบรรยากาศให้เจ้าเหมียวคือการเข้าสังคมและการเล่น โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงสัตว์เพียงตัวเดียว ของเล่นประเภทไม้ตกแมว ลูกบอลสำหรับตะปบหรือไล่ตามมักจะกระตุ้นพฤติกรรมการเล่นแบบสัตว์ผู้ล่าของเค้าได้ง่าย

     

    เกมสำหรับเจ้าเหมียว

     

    การเล่นเกมกับเจ้าตัวเล็กจะช่วยพัฒนาทักษะการทรงตัวและการล่าตามธรรมชาติของเค้า นอกจากนี้ยังช่วยให้เค้าเรียนรู้ขอบเขตและสานสัมพันธ์กับเจ้าของใหม่อย่างใกล้ชิด ลองเล่นกับเค้าประมาณ 10-15 นาทีวันละ 2-3 ครั้ง อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลด “ฝันร้ายยามค่ำคืน” คือให้เค้าได้เล่นกิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะก่อนให้อาหารมื้อค่ำ วิธีนี้ทำให้เค้าใช้พลังงานจนหมดและเป็นการเลียนแบบลำดับพฤติกรรม ล่า-กิน-เลีย-นอน ตามธรรมชาติในแมวอีกด้วย

     

    เกมที่คุณควรเล่นกับเจ้าเหมียวได้แก่

     

    • ซ่อนหา - (เหมาะกับการเล่นช่วงมื้อกลางวัน) ลองเรียกเจ้าเหมียวมาหาคุณ เมื่อเค้ามาแล้วให้หนีไปที่ห้องอื่นแล้วเรียกซ้ำอีกครั้ง พอเค้าหาเจอแล้วอย่าลืมให้รางวัลเป็นของเล่นสนุก ๆ หรือขนมด้วยล่ะ
    • โยนของ - ลองโยนของเล่นให้เจ้าเหมียวคอยจับ เมื่อเค้า “จับ” ของได้แล้ว เรียกให้เค้ามาหาคุณ หากเค้าคาบของมาด้วย ให้รางวัลเป็นคำชมหรือขนมเพื่อส่งเสริมพฤติกรรม 
    • ถุงกระดาษแสนสนุก - วางถุงช้อปปิ้งตั้งเอาไว้ แล้วใช้นิ้วเกาด้านในถุงเบา ๆ หรือใส่ของเล่นเอาไว้เพื่อกระตุ้นให้เค้าเข้ามาในถุง จากนั้นให้จิ้มหรือเกาด้านนอกของถุงระหว่างที่เค้ามีความสุขกับการล่า “เหยื่อ” ปริศนาอยู่ด้านใน

     

    กระตุ้นลูกแมวของคุณผ่านการฝึก

     

    องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยแต่งเติมบรรยากาศให้เจ้าเหมียวคือการเข้าสังคมและการเล่น โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงสัตว์เพียงตัวเดียว ของเล่นจำพวกไม้ตกแมว ลูกบอลสำหรับตะปบหรือวิ่งไล่ตามมักจะกระตุ้นพฤติกรรมการเล่นแบบสัตว์ผู้ล่าของเค้าได้ง่าย

     

    ไม่ปล่อยให้ลูกแมวเบื่อหน่ายเมื่อเค้าอยู่ลำพัง

     

    ความท้าทายอีกหนึ่งข้อคือ การแต่งเติมบรรยากาศให้เหมาะกับเจ้าเหมียว เวลาที่ไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นเล่นด้วย ของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างทักษะต่าง ๆ เป็นตัวสยบความเบื่อหน่ายได้ดี ซึ่งมีให้คุณเลือกหลากหลายรูปแบบไว้แก้เบื่อ และอย่าลืมให้รางวัลเค้าเป็นขนมหรืออาหาร เช่น ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ ซึ่งมีประโยชน์สองต่อด้วยกัน ทั้งให้เค้าได้เล่นและได้รับโภชนาการที่เหมาะสมกับความต้องการด้านพลังงานและด้านร่างกาย

    ลูกแมวและแมวโตมักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเฝ้าดูโลกภายนอกผ่านหน้าต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเครื่องให้อาหารนกหรือสวนผีเสื้อให้เค้ามองเห็น คุณจึงควรเปิดม่านหน้าต่างไว้อย่างน้อยหนึ่งด้าน ซึ่งควรเป็นด้านที่มีการเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมให้เห็นบ่อย ๆ นอกจากนี้ยังมี “ทีวีสำหรับแมว” เป็นวิดีโอกระรอก นก หรือวิวธรรมชาติต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ไว้คอยแก้เบื่อให้เจ้าเหมียวอีกด้วย

    การแต่งเติมบรรยากาศให้เหมาะกับแมวเป็นการช่วยป้องกันความเครียดสะสมและลดการสร้างพฤติกรรมผิดปกติ ลูกแมวที่เติบโตจนเต็มวัยในสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ ได้บริหารร่างกายและจิตใจอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาวะที่ดีตลอดทุกช่วงวัย

     

Close modal