IAMS TH
Your Cat's Health from 1 to 8 Years
Your Cat's Health from 1 to 8 Years

adp_description_block187
คู่มือการดูแลลูกแมวแบบฉบับมือโปร

  • แบ่งปัน

แมวได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์ในอุดมคติ มีความสง่างาม คล่องแคล่ว และปราดเปรียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเค้าถึงครองตำแหน่งสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาล อย่างไรก็ตาม ความเพอร์เฟกต์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอม โดยในช่วงอายุ 1 – 8 ปี เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นสู่วัยกลางคน และเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่ดูแลให้พวกเค้ามีสุขภาพที่ดี ด้วยการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม หมั่นสังเกตสภาพร่างกายหรืออาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด และพบสัตวแพทย์ตามกำหนด ยิ่งเริ่มดูแลเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแมวเหมียว ติดตามทุกเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งหมดได้ในบทความนี้

แมวได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยรูปลักษณ์ในอุดมคติ มีความสง่างาม คล่องแคล่ว และปราดเปรียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเค้าถึงครองตำแหน่งสัตว์เลี้ยงยอดนิยมตลอดกาล อย่างไรก็ตาม ความเพอร์เฟกต์เหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลทะนุถนอม โดยในช่วงอายุ 1 – 8 ปี เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นสู่วัยกลางคน และเป็นช่วงที่ผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่ดูแลให้พวกเค้ามีสุขภาพที่ดี ด้วยการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม หมั่นสังเกตสภาพร่างกายหรืออาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด และพบสัตวแพทย์ตามกำหนด ยิ่งเริ่มดูแลเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีในระยะยาวมากขึ้นเท่านั้น หากไม่แน่ใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลแมวเหมียว ติดตามทุกเรื่องที่คุณควรรู้ทั้งหมดได้ในบทความนี้
 

วิธีดูแลรักษาสุขภาพแมว

สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง คุณอาจยังไม่คุ้นเคยกับการดูแลและไม่เข้าใจความต้องการของแมวเหมียวดีนัก ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยของคุณแข็งแรง
 

  1. แปรงขนให้แมวทุกวัน

    แมวมักจะเลียขนทำความสะอาดตัวเองเป็นประจำ ส่งผลให้เกิดปัญหาก้อนขนอุดตันเป็นครั้งคราว วิธีป้องกันง่าย ๆ คือการแปรงขนทุกวัน เนื่องจากช่วยกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วออกไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดก้อนขนอุดตันในระบบทางเดินอาหารได้

  2. เลือกโภชนาการที่เหมาะสมและจัดเตรียมน้ำให้เพียงพอ

    แหล่งอาหารหลักของแมวคือเนื้อสัตว์ มันจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารแมวทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ควรให้อาหารแมวทั้งแบบเม็ดและแบบเปียก อาหารเม็ดมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพฟัน สะดวก และเก็บรักษาได้นาน ส่วนอาหารเปียกที่ประกอบด้วยน้ำเกือบ 78% นั้น ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่แมวจะได้รับในแต่ละวัน และที่สำคัญคือช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของปัญหาสุขภาพในแมวสูงวัย

    และเมื่อพูดถึงเรื่องอาหารการกิน ต้องบอกก่อนเลยว่าแมวค่อนข้างจู้จี้จุกจิกเล็กน้อย แมวบางตัวชอบอาหารเม็ดมากกว่าอาหารเปียก ในกรณีนี้ คุณอาจต้องเตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพิ่มจุดวางน้ำรอบบ้าน และเลือกตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย นอกจากนี้ยังควรเลือกอาหารเม็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน อย่างอาหารแมวของไอแอมส์™ ที่ไม่เพียงแต่มีโปรตีนคุณภาพสูง แต่ยังมีสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น โอเมก้า 3 น้ำมันปลา วิตามิน และแร่ธาตุ จึงมั่นใจได้ว่าแมวของคุณจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ช่วยให้พวกเค้ามีขนสวยเงางามและมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

  3. เพิ่มจุดวางกระบะทรายภายในบ้าน

    แมวทุกตัวควรมีกระบะทรายเป็นของตัวเอง และควรมีกระบะทรายสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย นอกจากเรื่องจำนวนแล้ว ตำแหน่งของกระบะทรายก็มีความสำคัญเช่นกัน ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มักวางกระบะทรายไว้ใต้เฟอร์นิเจอร์ ในห้องใต้ดิน หรือในมุมมืด ซึ่งอาจทำให้แมวไม่พอใจจนหลีกเลี่ยงการใช้งาน หากพบว่าแมวของคุณไม่ยอมใช้กระบะทราย แนะนำให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งที่วาง

  4. ค้นหาสาเหตุที่ทำให้แมวไม่ยอมใช้กระบะทราย

    แมวขับถ่ายเรี่ยราดหรือขับถ่ายไม่เป็นที่จนต้องเก็บกวาดบ้านบ่อย ๆ ถือเป็นปัญหากวนใจของผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เลย วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้คือการหาสาเหตุของพฤติกรรม เริ่มจากพาแมวของคุณไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาอาการผิดปกติ เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากความเจ็บป่วยไม่ใช่ต้นเหตุ ให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งวางกระบะทรายในบ้าน

  5. ฝึกให้แมวใช้เสาลับเล็บ

    เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คนเลี้ยงแมวต้องเจอ สำหรับร่องรอยความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าม่านภายในบ้าน การข่วนเป็นพฤติกรรมโดยสัญชาตญาณของแมว แนะนำให้เตรียมเสาลับเล็บไว้ในบ้าน วางไว้ในจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย คุณอาจโรยผงแคทนิปเพื่อกระตุ้นให้แมวอยากใช้งานเพิ่มด้วยก็ได้

  6. พาแมวไปทำหมัน

    การทำหมันมีข้อดีมากมาย ทั้งในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ แมวตัวเมียจะแสดงอาการติดสัดเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยผสมพันธุ์ ซึ่งมักจะทำให้เกิดความไม่สบายตัว นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุ 4 เดือน การเลี้ยงลูกเพียงลำพังก็สร้างความเครียดให้แม่แมวได้เช่นกัน ในขณะที่แมวตัวผู้มักจะมีปัญหาต่อสู้กันเองบ่อย ๆ จึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อผ่านการข่วนและกัดได้ง่ายขึ้น
     

ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในแมว

หากคุณเป็นทาสแมวมือใหม่ คุณต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติหรือปัญหาสุขภาพทั่ว ๆ ไป และขอแนะนำให้พาพวกเค้าไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อค้นหาความเสี่ยงการเกิดโรคหรือตรวจจับสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพ
 

  1. อาการอาเจียน

    การอาเจียนเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุด และอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น มีก้อนขนอุดตันในระบบทางเดินอาหาร การกินสิ่งแปลกปลอม โรคเบาหวาน และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากพบว่าแมวท้องแข็งหรือมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ ควรไปพบสัตวแพทย์ในทันที

  2. หมัด

    หมัดเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย แต่โชคดีที่สามารถรักษาได้ง่าย สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าแมวของคุณมีหมัด ได้แก่

    • ขนร่วง
    • การติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
    • มีอาการคันหรือเกาตัวมากผิดปกติ
    • เลียตัวบ่อยขึ้น

    ทั้งนี้แนะนำให้พาน้องแมวไปตรวจร่างกาย ป้องกันปรสิต และถ่ายพยาธิเป็นประจำ

  3. โรคระบบทางเดินปัสสาวะในแมว (FLUTD)

    แมวที่มีร่างกายไม่แข็งแรง น้ำหนักตัวเกิน หรือกินน้ำน้อย แนวโน้มที่จะมีปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะสูง นอกจากนี้การอยู่ร่วมกับแมวหลายตัว การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรอย่างกะทันหัน และความเครียด ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน อาการของโรคที่พบได้ มีดังนี้

    • มีภาวะขาดน้ำ
    • ความอยากอาหารลดลง

    • อาเจียนบ่อย

    • เจ็บปวดเมื่อปัสสาวะ

    • มีการเลียรอบอวัยวะเพศ

    • ปัสสาวะมีเลือดปะปน

    • ขับถ่ายนอกกระบะทราย

    ทั้งนี้สัตวแพทย์จะตรวจสอบและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับประเภทของอาการ

  4. ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา

    ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาที่อาจพบได้ในแมว ได้แก่ ต้อหิน ต้อกระจก เยื่อบุตาอักเสบ การติดเชื้อไวรัส โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา และการบาดเจ็บต่าง ๆ คุณสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาได้จากอาการเหล่านี้ มีน้ำตาไหล ตาแดง มีขี้ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ดวงตามีความขุ่นมัว มีอาการระคายเคืองหรืออักเสบ และมีอาการตาเหล่ สำหรับวิธีดูแลเบื้องต้นนั้น ให้เช็ดทำความสะอาดดวงตาของพวกเค้าเบา ๆ จากนั้นรีบพาไปพบสัตวแพทย์

  5. ท้องเสีย

    อาการท้องเสียอาจเกิดจากการกินอาหารเน่าเสีย โรคตับ โรคมะเร็ง การติดเชื้อ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ น้องแมวอาจมีอาการอุจจาระเหลวนานเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากแมวมีอาการท้องเสียควรให้กินน้ำสะอาดมาก ๆ แล้วรีบพาไปพบสัตวแพทย์
     

สัญญาณสุขภาพดีในแมว

หลังจากเรียนรู้วิธีดูแลและวิธีสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพกันไปแล้ว เรามาทำความรู้จักกับสัญญาณสุขภาพดีของแมวกันบ้างดีกว่า

  1. พฤติกรรมการดูแลขน

    สัญญาณของแมวสุขภาพดีที่พบบ่อยที่สุดคือการกรูมมิ่ง พวกเค้าอาจเลียตัวเจ้าของเป็นครั้งคราว พฤติกรรมนี้บ่งบอกว่าพวกเค้าอยากดูแลคุณ รวมถึงรู้สึกสบายใจและเชื่อใจเมื่ออยู่ใกล้คุณ
  2. ส่งเสียงร้องเพอร์

    – หากแมวเหมียวของคุณส่งเสียงร้องเพอร์บ่อย ๆ ขอให้รู้ไว้เลยว่าพวกเค้ามีความสุขและพึงพอใจ แมวอาจส่งเสียงร้องเมื่อได้รับการสัมผัสอย่างอ่อนโยน ในขณะที่บางตัวเมื่อรู้สึกผ่อนคลายก็จะส่งเสียงร้องให้เรารับรู้
  3. รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว

    แมวที่มีอาการตื่นตัว มักจะหูลู่และหลังโกงโค้ง ในทางกลับกัน แมวที่มีความสุข มักจะงีบหลับด้วยความสบายใจ โดยมักจะนอนเก็บอุ้งเท้าเข้าหาตัว และหลับตาทั้งสองข้าง  

  4. ตาเบิกกว้าง

    – เมื่อแมวมีความสุข ดวงตาของพวกเค้าจะเบิกกว้างขึ้น หลายคนเข้าใจว่ามันเป็นท่าทางที่ก้าวร้าว แต่นั่นไม่ใช่ความจริงเลย!
  5.  หางตั้งตรง

    – หางแมวก็บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกได้ เมื่อแมวรู้สึกมั่นใจ พวกเค้าจะยกหางขึ้นสูง และจะกระดิกหางไปมาเล็กน้อยเมื่อมีความสุข
  6. มีความอยากอาหาร

    – แมวหิวคือแมวที่มีความสุข ถ้าแมวของคุณกินอาหารได้ดีและมีความตื่นเต้นเมื่อถึงเวลาอาหาร แสดงว่าพวกเค้ามีความอยากอาหารที่ดี
  7. นอนหลับสนิท

    – ทาสแมวทุกคนรู้ดีว่าแมวนอนเก่งมาก! นอนได้ทุกที่ ทุกเวลา หากแมวของคุณชอบนอนทับหรือมานอนใกล้ ๆ ตัวคุณ แสดงว่าพวกเค้ารักและไว้ใจคุณนะ
  8.  สดใสร่าเริง ขี้เล่น

    – หากแมวของคุณชอบเล่น ชอบวิ่งและกระโดดไปมา หรือสนุกกับของเล่นและกิจกรรมที่ทำร่วมกับเจ้าของ นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดี
  9. ใบหูตั้งขึ้นและชี้ไปด้านหน้า

    – หากแมวของคุณมีแสดงอาการแบบนี้ แปลว่าพวกเค้ารู้สึกผ่อนคลาย พร้อมให้เข้าหา ในทางกลับกัน หากใบหูลู่ลงแนบกับหัว แสดงว่าแมวกำลังหงุดหงิดและอารมณ์ไม่ดี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลแมว

  1.  สัญญาณสุขภาพดี 5 ประการในแมว มีอะไรบ้าง?
  2. สัญญาณต่อไปนี้คือสิ่งที่บ่งบอกว่าแมวของคุณมีสุขภาพดี

    • ส่งเสียงร้องเพอร์เป็นประจำ
    • มักจะยกหางขึ้นสูง
    • มีความสดใสร่าเริ

    • นอนหลับสนิท

    • มีความอยากอาหาร

     

  3. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในแมว มีอะไรบ้าง?
  4. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย มีดังนี้

    • อาการอาเจียน
    • อาการท้องเสีย
    • มีอาการเจ็บปวดหรือส่งเสียงร้องเมื่อปัสสาวะ
    • ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา

     

  5. ดูแลให้แมวมีสุขภาพดี ทำอย่างไรได้บ้าง?
  6. หากคุณต้องการให้แมวมีสุขภาพดี ควรพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพและดูแลป้องกันปัญหาสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้ด้วย

    • เลือกอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อสัตว์
    • ให้น้ำในปริมาณที่เพียงพอ
    • เพิ่มจุดวางกระบะทรายและวางในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย

  7. การประเมินสุขภาพเบื้องต้นของแมว มีขั้นตอนอย่างไร?
  8. ในการประเมินหรือตรวจสอบสุขภาพของแมว ให้มองหาสัญญาณของความเจ็บป่วย เช่น อาการอาเจียน ท้องเสีย และปัญหาระหว่างการขับถ่าย แต่หากแมวนอนหลับสนิท มีความอยากอาหาร ชอบเล่น และชอบทำกิจกรรม แสดงว่าแมวของคุณมีสุขภาพแข็งแรง

  • The Importance of Taurine in Cat Food
    The Importance of Taurine in Cat Food
    adp_description_block201
    คุณประโยชน์ของทอรีนในอาหารแมว

    • แบ่งปัน

    ทอรีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในอาหารแมวของไอแอมส์™ เช่น อาหารแมวไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์ สูตรสำหรับแมวโต

     

    ทอรีนเป็นกรดอะมิโนอิสระที่พบอยู่ในเนื้อเยื่อและอวัยวะของร่างกาย เช่น หัวใจและดวงตา โดยจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ การมองเห็น และการสืบพันธุ์ในลูกแมว รวมถึงจำเป็นต่อการผลิตน้ำดีที่ช่วยในการย่อยอาหารด้วย ทั้งนี้ทอรีนแตกต่างจากกรดอะมิโนชนิดอื่นตรงที่ไม่ใช่ในการสร้างโปรตีน

     

    สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่สามารถผลิตทอรีนเองได้ แต่สำหรับแมวนั้น ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอ จึงต้องรับเพิ่มจากอาหารเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยทอรีนพบได้ในส่วนผสมที่เป็นเนื้อสัตว์ หรืออาจมาในรูปแบบอาหารเสริม

    ทอรีนมีประโยชน์อย่างไร?

    ทอรีนช่วยเสริมสร้างการมองเห็น การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ การย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน การตั้งท้องและพัฒนาการของลูกในท้อง โดยสามารถพบทอรีนได้ในโปรตีนจากสัตว์เท่านั้น

    การสร้างทอรีนของสุนัขและแมว

    • สุนัข

    น้องหมาสามารถสังเคราะห์ทอรีนได้จากกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ ซิสเทอีนและเมไทโอนีน พวกเค้าจึงไม่ต้องการทอรีนในอาหาร แต่เพราะทอรีนมีประโยชน์มากมาย จึงยังเป็นสารอาหารสำคัญที่อยู่ในอาหารสุนัข

    ทั้งนี้ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณทอรีนในอาหารสุนัข หากกังวลว่าน้องหมาได้รับทอรีนไม่เพียงพอ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

    • แมว

    เนื่องจากน้องแมวไม่สามารถสังเคราะห์ทอรีนเองได้ จึงจำเป็นต้องมีทอรีนในอาหารของพวกเค้า หากในอาหารมีทอรีนน้อยเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญหลายประการ เช่น อาจทำให้จอประสาทตาเสื่อม และน้องแมวอาจตาบอดได้ นอกจากนี้การขาดทอรีนทำให้การเจริญเติบโตช้าลง และส่งผลต่อความสามารถในการสืบพันธุ์

    ตามมาตรฐาน AAFCO นั้น อาหารเม็ดสำหรับแมวโต ต้องมีปริมาณทอรีนอย่างน้อย 25 มก./100 แคลอรี ส่วนอาหารเปียกต้องมี 50 มก./100 แคลอรี อย่างไรก็ตาม น้องแมวแต่ละตัวมีความต้องการทอรีนแตกต่างกัน จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์หากมีความกังวลว่าพวกเค้าได้รับทอรีนไม่เพียงพอ

     ทำไม ไอแอมส์™ จึงเพิ่มทอรีนในอาหารแมว?

    อาหารแมวชนิดเม็ดของ ไอแอมส์™ มีส่วนผสมของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มทอรีนให้เจ้าเหมียวได้ เช่น เนื้อไก่ ไข่ เนื้อแกะ และปลา ทั้งนี้ปริมาณทอรีนที่ได้จะแตกต่างกัน และอาจต้องเพิ่มปริมาณทอรีนเพื่อให้แน่ใจว่ามีทอรีนอยู่ระดับที่เหมาะสมที่สุด

    ความสำคัญของทอรีนสำหรับแมว

    ประโยชน์ของทอรีน

    ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่พบได้ในเนื้อเยื่อและอวัยวะอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อ หัวใจ สมอง และดวงตา โดยจะแตกต่างจากกรดอะมิโนส่วนใหญ่ เพราะทอรีนไม่ได้สร้างโปรตีนในเซลล์ แต่มีหน้าที่สำคัญหลายอย่างซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายน้องแมว ดังนี้

    • ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
    • ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี
    • ช่วยดูแลจอประสาทตาและการมองเห็น
    • เสริมสร้างระบบสืบพันธุ์
    • มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมตามอายุ

    ทำไมน้องแมวถึงต้องการทอรีน?

    การขาดทอรีนอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เนื่องจากจำเป็นต่อการทำงานของหลาย ๆ ส่วนในร่างกาย โดยปัญหาที่พบได้จากการขาดทอรีน มีดังนี้

    • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ – หายจากการเจ็บป่วยช้า
    • พลังงานต่ำ – ระดับพลังงานได้รับผลกระทบจากการขาดสารอาหาร
    • ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจในแมว – เป็นภาวะที่หัวใจขยายใหญ่ขึ้น
    • ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร – ท้องเสียหรืออาเจียน
    • ปัญหาจอประสาทตา – สูญเสียการมองเห็นตามอายุ
    • ปัญหาการสืบพันธุ์ – มีลูกยากหรือลูกแมวที่เกิดมามีน้ำหนักแรกเกิดน้อยและเจริญเติบโตได้ไม่ดี
    • ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ – ทอรีนส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นการขาดทอรีนอาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้
    • ผิวหนังไม่แข็งแรงและขนหยาบกระด้าง – หากได้รับทอรีนไม่เพียงพอ น้องแมวอาจมีขนแข็งหยาบกระด้าง และมีสะเก็ดรังแค
    • ปัญหาสุขภาพฟัน – การสะสมของหินปูน ฟันผุ และมีกลิ่นปาก

    การน้องแมวขาดทอรีนส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?

    • สูญเสียการมองเห็น

    ทอรีนมีความสำคัญต่อพัฒนาการและการทำงานของเซลล์ในจอประสาทตา หากได้รับทอรีนไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดความเสื่อมบริเวณส่วนกลางของจอประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นบกพร่องและตาบอดในที่สุด

    • โรคหัวใจ

    การขาดทอรีนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอลง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ภาวะนี้เรียกว่า Dilated Cardiomyopathy ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถบีบตัวได้เป็นปกติ เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต

    • การเจริญเติบโตลดลง

    ทอรีนจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของน้องแมว โดยในช่วงตั้งท้องและให้นมลูกนั้น ทั้งแม่แมวและลูกแมวต้องรักษาระดับทอรีนให้เพียงพอ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกแมวจะมีพัฒนาการที่เหมาะสม

    • ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

    ระบบภูมิคุ้มกันของน้องแมวอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เป็นผลให้พวกเค้าไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้และมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อโรคได้ง่าย

    • ระดับพลังงานลดลง

    น้องแมวที่มีพลังงานน้อยอาจดูเหนื่อยล้าและมักจะอยู่นิ่ง ไม่ค่อยขยับตัว

    • ปัญหาในระบบทางเดินอาหาร

    ทอรีนมีส่วยช่วยในการผลิตน้ำดีซึ่งจำเป็นต่อการย่อยไขมัน น้องแมวอาจท้องเสียและมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารหากได้รับทอรีนไม่เพียงพอ

    • ความสามารถในการสืบพันธุ์

    น้องแมวที่ขาดทอรีนอาจมีปัญหาการสืบพันธุ์ได้

    • ปัญหาสุขภาพฟัน

    ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดฟันผุได้ดี

    ทอรีนและอาหารแมวของไอแอมส์™

    อาหารแมวไอแอมส์™ มีโปรตีนคุณภาพดีเป็นส่วนประกอบหลัก นอกจากนี้ยังเสริมด้วยทอรีนเพื่อให้แน่ใจว่ามีกรดอะมิโนจำเป็นชนิดนี้ในระดับที่เหมาะสมและสมดุล

    อาหารแมวไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์ สูตรสำหรับแมวโต รสไก่และแซลมอน เป็นหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดสำหรับน้องแมวที่คุณรัก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล มีโปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมถึงมีไฟเบอร์และพรีไบโอติกจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบบย่อยและขับถ่ายดี

Close modal