อาหารมื้อแรกที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับลูกสุนัขตัวใหม่ของคุณ ให้อาหารที่เค้าเคยกินมาตั้งแต่แรกก่อนเป็นเวลาหนึ่งหรือสองวันหลังจากที่คุณพาเขากลับบ้าน หากคุณต้องการเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารพรีเมี่ยมเช่น ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข ให้ค่อย ๆ เปลี่ยนอาหารเป็นสูตรใหม่ และสามารถช่วยหลีกเลี่ยงอาการลำไส้แปรปรวนได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้:
วันที่ 1: เติมชามสุนัขของคุณด้วย 75% ของอาหารเดิมและใส่ 25% ของอาหาร ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข
วันที่ 2: ผสมอาหารเดิมของเขากับอาหาร ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข ในอัตราส่วน 50/50
วันที่ 3: ให้ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข อัตราส่วน 75% และอาหารเดิม 25%
วันที่ 4: ให้ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข 100%
เคล็ดลับการให้อาหาร
ในการเลี้ยงลูกสุนัขตั้งแต่หย่านมจนถึง 4 เดือน ควรให้อาหารสูตรลูกสุนัขพรีเมี่ยมที่มีคุณค่าและโภชนาการสมบูรณ์และสมดุล 100% ควรให้อ่านคำแนะนำบนฉลาก ดูปริมาณที่ควรให้ต่อวัน (ปกติ 3 ครั้ง) นำน้ำหนักอาหารทั้งถุงหารด้วยปริมาณการให้ต่อวัน จะทำให้สามารถวางแผนการเลี้ยงสุนัขได้
ให้อาหารที่อุณหภูมิห้องและเอาชามออกภายใน 30 นาทีหลังจากเขากินเสร็จ หลังจากที่สุนัขอายุสี่เดือน สามารถให้อาหารลูกสุนัข 2 ครั้งต่อวันได้ตามปกติ
• ควรจัดเตรียมน้ำสะอาดไว้ให้สุนัของคุณเสมอ
• ทิ้งอาหารเปียกที่สุนัขไม่กินในทุกเย็น
ไม่ควรเพิ่มอาหารเสริมลงในอาหารสุนัขของคุณ การเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริม หรือ 'อาหารของมนุษย์' เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไข่ คอทเทจชีสหรือนมวัวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
สารอาหารนั้นแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ย่อยคือ : โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุและน้ำ
โปรตีนในอาหารสุนัข
แหล่งโปรตีนของอาหารสุนัขทั่วไป ได้แก่ เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และส่วนผสมจากพืชบางชนิดเช่น ข้าวโพด กลูเตน และกากถั่วเหลือง
เป็นที่รู้กันดีว่า กรดอะมิโนหรือโปรตีนนั้น ช่วยในการสร้างเส้นขน ผิวหนัง เล็บ กล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ และช่วยในการเติบโตของกระดูก รวมไปถึงยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมนในสุนัขอีกด้วย
กรดอะมิโนที่จำเป็นในอาหารสุนัขนั้นนอกจากจะมาจากเนื้อแล้วยังต้องมาจากพืชอีกด้วย เช่นกากถั่วเหลืองเป็นต้น
คาร์โบไฮเดรตในอาหารสุนัข
แหล่งคาร์โบไฮเดรตโดยทั่วไปจะมาจากพืชและธัญพืช คาร์โบไฮเดรตจัดอยู่ในหมวดหมู่ของแป้ง (น้ำตาล) และจะได้พลังงานจากจากไฟเบอร์ตามลำดับ
แป้ง (Starches ) ประกอบด้วยน้ำตาลหลายชนิดเช่น กลูโคส หรือฟรุกโตส โดยสุนัขสามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นพลังงานและนำมาใช้ได้
ไฟเบอร์สามารถย่อยลงเป็นกรดไขมันสายสั้นโดยแบคทีเรียในลำไส้ของสุนัข แหล่งที่มาของไฟเบอร์ที่สามารถย่อยได้จะมาจาก ยางจากพืช ที่ให้กรดไขมันที่มีสายโซ่สั้นจำนวนที่สูง ไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์เช่น บีทพัลป์ จะให้กรดไขมันสายสั้น (short chain fatty acid) และเพิ่มปริมาณสำหรับขับออกมาเป็นของไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์ได้น้อยเช่น เซลลูโลส จะเพิ่มขนาดเพื่อขับออกทางระบบขับถ่ายและจะให้กรดไขมันสายสั้น (short chain fatty acid) เพียงเล็กน้อย
ไขมันในอาหารสุนัข
ไขมันพบได้ในเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และน้ำมันพืชเช่น ไขมัน นั้นจะช่วยเติมเต็มการทำงานของร่างกายที่สำคัญหลายอย่าง ทั้งการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ การช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ควบคุมการอักเสบและอื่น ๆ ไขมันเป็นรูปแบบหลักของพลังงานสะสมในร่างกาย โดยไขมันนั้นให้พลังงานมากเป็นสองเท่าของคาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน
ไขมันยังมีหน่วยย่อยของไขมันที่สำคัญคือกรดไขมันโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า -6 มีความจำเป็นสำหรับการบำรุงรักษาผิวหนังและเส้นขน กรดไขมันโอเมก้า -3 มีความสำคัญในการแข็งตัวของเลือดและลดการอักเสบในสุนัข
วิตามินและแร่ธาตุในอาหารสุนัข
วิตามินมีหน้าที่ส่งเสริมการเติบโตของกระดูก การแข็งตัวของเลือด การผลิตพลังงาน และการป้องกันอนุมูลอิสระ
วิตามิน A, D, E และ K ต้องการไขมันสำหรับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ในขณะที่วิตามินเช่นวิตามิน B-complex และวิตามินซีต้องการน้ำที่จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
แร่ธาตุให้การบำรุงโครงสร้างกระดูกและช่วยในการสื่อสารของเส้นประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ
