IAMS TH
Puppy Basics: Switching Your Puppy’s Food
Puppy Basics: Switching Your Puppy’s Food

adp_description_block425
พื้นฐานของลูกสุนัข: การเปลี่ยนอาหารให้ลูกสุนัข

พื้นฐานของลูกสุนัข: การเปลี่ยนอาหารให้ลูกสุนัข

  • แบ่งปัน

อาหารมื้อแรกที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับลูกสุนัขตัวใหม่ของคุณ ให้อาหารที่เค้าเคยกินมาตั้งแต่แรกก่อนเป็นเวลาหนึ่งหรือสองวันหลังจากที่คุณพาเขากลับบ้าน หากคุณต้องการเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารพรีเมี่ยมเช่น ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข ให้ค่อย ๆ เปลี่ยนอาหารเป็นสูตรใหม่ และสามารถช่วยหลีกเลี่ยงอาการลำไส้แปรปรวนได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้:

วันที่ 1: เติมชามสุนัขของคุณด้วย 75% ของอาหารเดิมและใส่ 25% ของอาหาร ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข

วันที่ 2: ผสมอาหารเดิมของเขากับอาหาร ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข ในอัตราส่วน 50/50

วันที่ 3: ให้ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข อัตราส่วน 75% และอาหารเดิม 25%

วันที่ 4: ให้ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรลูกสุนัข 100%


เคล็ดลับการให้อาหาร

ในการเลี้ยงลูกสุนัขตั้งแต่หย่านมจนถึง 4 เดือน ควรให้อาหารสูตรลูกสุนัขพรีเมี่ยมที่มีคุณค่าและโภชนาการสมบูรณ์และสมดุล 100% ควรให้อ่านคำแนะนำบนฉลาก ดูปริมาณที่ควรให้ต่อวัน (ปกติ 3 ครั้ง) นำน้ำหนักอาหารทั้งถุงหารด้วยปริมาณการให้ต่อวัน จะทำให้สามารถวางแผนการเลี้ยงสุนัขได้


ให้อาหารที่อุณหภูมิห้องและเอาชามออกภายใน 30 นาทีหลังจากเขากินเสร็จ หลังจากที่สุนัขอายุสี่เดือน สามารถให้อาหารลูกสุนัข 2 ครั้งต่อวันได้ตามปกติ

• ควรจัดเตรียมน้ำสะอาดไว้ให้สุนัของคุณเสมอ
• ทิ้งอาหารเปียกที่สุนัขไม่กินในทุกเย็น

 


ไม่ควรเพิ่มอาหารเสริมลงในอาหารสุนัขของคุณ การเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริม หรือ 'อาหารของมนุษย์' เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ไข่ คอทเทจชีสหรือนมวัวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

  • The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet
    The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet
    adp_description_block50
    ความสำคัญของโซเดียมในอาหารสุนัข

    • แบ่งปัน

    โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต



    โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย



    โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?


    เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

    แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน


     

    สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
     

    สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

    แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

    ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

    ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

    สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

    นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

    การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

    ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

    โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย

     

    โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?
     

    เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

    แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน

     

    สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
     

    สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

    แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

    ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

    ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

    สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

    นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

    การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

    ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

Close modal