IAMS TH
The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet
The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet

adp_description_block151
ความสำคัญของโซเดียมในอาหารสุนัข

  • แบ่งปัน

โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต



โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย



โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?


เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน


 

สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
 

สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย

 

โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?
 

เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน

 

สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
 

สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

  • How to Help Your Overweight Dog
    How to Help Your Overweight Dog
    adp_description_block88
    ทำอย่างไรถึงจะช่วยสุนัขของคุณที่มีน้ำหนักเกินได้

    ทำอย่างไรถึงจะช่วยสุนัขของคุณที่มีน้ำหนักเกินได้

    • แบ่งปัน

    ความหมาย สาเหตุ และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนในสุนัข

    โรคอ้วนหมายถึง การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวที่เกินข้อจำกัดของโครงสร้างกระดูกและร่างกายเป็นผลมาจากการสะสมของไขมันในร่างกายส่วนเกิน

    โรคอ้วนหมายถึง การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวที่เกินข้อจำกัดของโครงสร้างกระดูกและร่างกาย เป็นผลมาจากการสะสมของไขมันส่วนเกินในร่างกาย

    โรคอ้วนมีสาเหตุมาจากปริมาณแคลอรี่ที่สูงเกินกว่าแคลอรี่ที่ใช้ไป นี่หมายความว่าสุนัขกินอาหารทีให้พลังงาน (แคลอรี่) มากกว่าที่ใช้และเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปแบบของไขมัน



    มีหลายปัจจัยที่สามารถนำไปสู่โรคอ้วน เช่น :

    • การให้อาหารมากเกินไป
    • การเคลื่อนไหวน้อย
    • สายพันธุ์
    • อายุและเพศ
    • การทำหมัน
    • โรคเบาหวาน
    • ภาวะที่มีการทำงานของฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตมากเกิน
    • ไฮโปไทรอยด์
    • น้ำหนักของเจ้าของ

    กรดไขมัน ไฟเบอร์ และกรดไขมันในโปรแกรมลดน้ำหนักสุนัขของคุณ
     

    ไขมัน

    • สุนัขใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก
    • คาร์โบไฮเดรตเป็นทางเลือกที่ให้แคลอรีต่ำซึ่งเป็นอาหารที่ทดแทนไขมันได้และย่อยสลายง่าย คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้นั้นมีปริมาณแคลอรี่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณไขมันที่เท่ากัน และไม่มีข้อเสียเหมือนกับไฟเบอร์ที่ย่อยไม่ได้
    • ไฟเบอร์และกรดไขมัน
    • ไฟเบอร์ระดับปกติของแหล่งไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์ปานกลางช่วยสร้างและรักษาลำไส้ให้แข็งแรง นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสุนัขที่กำลังอยู๋ในแผนการลดน้ำหนัก
    • ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักสำหรับสุนัขบางชนิดจะลดแคลอรี่ด้วยไฟเบอร์ในปริมาณสูง อาหารที่มีไฟเบอร์สูงอาจลดความสามารถในการย่อยและดูดซึมสารอาหารหลายชนิดรวมถึงไขมัน อาหารที่มีไฟเบอร์สูงเหล่านี้อาจส่งผลให้อุจจาระมีขนาดใหญ่ ขับถ่ายบ่อย และสภาพผิวหนังและขนที่ลดแย่ลง
    • อาหารที่ให้ระดับกรดไขมันที่ปรับแล้วจะช่วยรักษาผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีแม้จะลดระดับไขมันลงก็ตาม
    คาร์โบไฮเดรตและส่วนผสมพิเศษในโปรแกรมลดน้ำหนักสุนัขของคุณ
    คาร์โบไฮเดรตและส่วนผสมพิเศษ
    • การให้อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตจากข้าวโพด คาร์โบไฮเดรตข้าวฟ่าง และ/หรือข้าวบาร์เลย์อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือด และอินซูลินลดลงเมื่อเทียบกับการให้อาหารที่มีข้าวเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตหลัก ระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินที่ลดลงสามารถช่วยรักษาน้ำหนักที่เหมาะสมได้
    นอกจากนี้อาหารที่มี L-carnitine สามารถช่วยให้สุนัขเผาผลาญไขมันได้ L-carnitine เป็นสารประกอบคล้ายวิตามินที่ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้
    การลดน้ำหนักสำหรับสุนัขของคุณควรค่อยเป็นค่อยไป
    • เป้าหมายของโปรแกรมลดน้ำหนักที่ดีควรเป็นการลดน้ำหนักทีละน้อย สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในแมว เนื่องจากข้อจำกัดของสารอาหารอย่างรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดไขมันในตับ (การสะสมไขมันผิดปกติในตับ)
    • สุนัขควรลดน้ำหนัก 1 ถึง 2% ของน้ำหนักเริ่มต้นต่อสัปดาห์
    • วิธีที่ดีในการเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนักคือการลดปริมาณแคลอรี่ โดยเปลี่ยนไปใช้สูตรควบคุมน้ำหนักหรือลดไขมัน สุนัขและแมวที่ตอบสนองช้า

     

    ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับโปรแกรมลดน้ำหนักแบบพิเศษ
    โปรแกรมการควบคุมน้ำหนักโดยรวมสามารถนำไปสู่การลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จได้ แนะนำว่าควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้ประเมินการลดน้ำหนักให้ และเจ้าของจำต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะทำให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จ

    สัตวแพทย์แนะนำ ผลิตภัณฑ์จาก ไอแอมส์™ ที่ให้สารอาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัขในโปรแกรมลดน้ำหนักอีกด้วย

Close modal