IAMS TH
The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet
The Importance of Sodium in Your Dog’s Diet

adp_description_block484
ความสำคัญของโซเดียมในอาหารสุนัข

  • แบ่งปัน

โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต



โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย



โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?


เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน


 

สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
 

สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

โซเดียมมีส่วนช่วยในการควบคุมและรักษาสมดุลของน้ำในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อป้องกันภาวะการบวมน้ำและภาวะการขาดน้ำ นอกจากนี้โซเดียมยังมีส่วนสำคัญในการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อและเส้นประสาทอีกด้วย

 

โซเดียมในอาหารสุนัขมีแหล่งที่มาจากไหน ?
 

เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และไข่เป็นแหล่งของโซเดียม

แหล่งที่มาของโซเดียมมักได้จากเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์ปีก ปลา และไข่ แต่ในบางครั้งโซเดียมอาจอยู่ในรูปแบบของเกลือแกง ซึ่งเกลือก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เช่นเดียวกัน

 

สุนัขต้องการโซเดียมมากแค่ไหน?
 

สมาคม American Feed Control Official ได้แนะนำว่าอาหารสุนัขชนิดเม็ด ควรมีโซเดียมอย่างน้อย 0.3% เพื่อความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของสุนัข

แต่หากสุนัขได้รับโซเดียมมากเกินไป พวกเค้าจะเกิดการกระหายน้ำ แล้วเมื่อสุนัขได้กินน้ำเข้าไปในปริมาณมาก โซเดียมก็จะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่สำหรับสุนัขที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้มากกว่าอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายทั่วไป โดยไม่ทำให้เกิดการกระหายน้ำ

ดังนั้นเจ้าของสามารถคลายกังวลเรื่องโซเดียมในอาหารสุนัขได้ เนื่องจากอาหารสุนัขที่วางจำหน่ายจะมีระดับโซเดียมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของพวกเค้า

ข้อแนะนำในการใช้โซเดียมสำหรับสุนัขบางตัว

สัตวแพทย์มักแนะนำให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ โรคตับ หรือโรคไต ปรับลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อป้องกันความดันโลหิตสูง และช่วยลดการสะสมของของเหลวในร่างกายที่มีปริมาณมากเกินไป

นอกจากนี้ถึงแม้สุนัขสูงวัยจะมีแนวโน้มที่เป็นโรคเหล่านี้ได้ แต่หากพวกเค้ายังมีร่างกายที่แข็งแรง ก็ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณโซเดียมลง

การใช้โซเดียมเป็นส่วนประกอบในอาหารสุนัขของเรา

ระดับโซเดียมในอาหารสุนัขของเรามีปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายสุนัข โดยปริมาณโซเดียมในอาหารเหล่านี้ มีสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงาน แร่ธาตุต่างๆ วิตามิน ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต

  • Tips for Feeding Your Adult Dog
    Tips for Feeding Your Adult Dog
    adp_description_block174
    เคล็ดลับในการให้อาหารสุนัขโตเต็มวัย

    • แบ่งปัน

    สุนัขแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อเลือกอาหารสำหรับพวกเค้า คุณจะต้องคำนึงถึงสายพันธุ์ ขนาด อายุ น้ำหนัก และไลฟ์สไตล์ของสุนัขด้วย และสำหรับสุนัขที่อยู่ในช่วงโตเต็มวัย พวกเค้าจะกินอาหารในปริมาณที่มากขึ้น โดย Madan Khare, DVM ได้แนะนำเพิ่มเติมว่าการให้อาหารสุนัขวัยนี้ควรจำกัดการให้อาหารเพียงวันละ 1-2 ครั้งขึ้นอยู่กับกิจกรรมของเค้า โดยปริมาณการให้อาหารในแต่ละวันคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์หรืออ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์ได้

    เมื่อลูกสุนัขของคุณเริ่มเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย เจ้าของก็ควรเปลี่ยนอาหารให้พวกเค้าด้วย (เช่นไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ สูตรสุนัขโตเต็มวัย) โดยการเปลี่ยนอาหารสุนัข คุณจะต้องค่อย ๆ เปลี่ยน และนี่ก็คือตารางเวลาสำหรับการเปลี่ยนจากอาหารสำหรับลูกสุนัขเป็นอาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัย

    วันที่ 1: ให้อาหารสำหรับลูกสุนัขในปริมาณ 75% และให้อาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัยในปริมาณ 25%

    วันที่ 2: ให้อาหารทั้งสองชนิดในปริมาณ 50%

    วันที่ 3: ให้อาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัยในปริมาณ 75% และให้อาหารสำหรับลูกสุนัขในปริมาณ 25%

    วันที่ 4: ให้สำหรับสุนัขโตเต็มวัยในปริมาณเต็ม 100%

    การให้อาหารสุนัขที่เต็มไปด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพทั้งจากเนื้อไก่ เนื้อแกะ และปลา พร้อมกับให้สารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วน จะทำให้พวกเค้ามีความสุขและมีสุขภาพที่ดี

    นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณไม่ควรให้อาหารมนุษย์แก่พวกเค้า เนื่องจากจะทำให้เสียสมดุลในระบบการย่อยอาหาร รวมไปถึงการให้ขนมหรือบิสกิตควรมองหาขนมที่มีน้ำตาล เกลือ และไขมันในปริมาณที่ค่ำ และสุดท้ายนี้อย่าลืมให้พวกเค้ากินน้ำสะอาดควบคู่กับการกินอาหารที่ดีด้วย

Close modal