ฟันเป็นอวัยวะที่สำคัญในกระบวนการย่อยอาหาร
เมื่อฟันบดอาหาร เศษอาหารจะสะสมอยู่บนพื้นผิวฟัน และเป็นที่สะสมของแบคทีเรียได้ การสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรียนี้เรียกว่าคราบจุลินทรีย์ คราบจุลินทรีย์จะถูกกำจัดออกจากฟันได้ง่ายด้วยการแปรง นั่นก็คือการแปรงฟันบ่อยๆ
หากคราบจุลินทรีย์ไม่ได้ถูกแปรงออกไป แร่ธาตุก็จะสะสมจนแข็งบนฟัน สิ่งนี้เรียกว่าหินปูน มีสีเหลืองเข้มหรือสีน้ำตาลที่สะสมบนฟัน ซึ่งยากที่จะกำจัดออก
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา คราบจุลินทรีย์อาจทำให้เกิดการอักเสบที่เหงือก (เหงือกอักเสบ) หรือกระดูกขากรรไกร และฟัน (โรคปริทันต์)
การรักษาฟันและเหงือกของสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดี รวมไปถึงการแปรงฟัน และการทำความสะอาดฟันด้วยมืออาชีพ เป็นที่น่าเสียดายที่เจ้าของหลายคนมีปัญหาในการแปรงฟันสุนัขเป็นประจำ
อาหารสูตรพิเศษสามารถช่วยลดการสะสมคราบหินปูนได้ในระหว่างการทำความสะอาด ส่วนใหญ่อาหารสูตรดูแลฟันและช่องปาก จะมีเม็ดอาหารที่กรอบและมีผิวสัมผัสเพื่อช่วยขูดคราบหินปูน
เทคโนโลยีทางทันตกรรมของเราใช้กระบวนการผลิตที่อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร ที่อาหารเม็ดสามารถควบคุมการสะสมของคราบหินปูนได้ กระบวนการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อโภชนาการของอาหาร หรือขนาดของเม็ดอาหาร
การศึกษาอาหารสูตรดูแลฟัน
• สัตว์ทุกตัวต้องทำความสะอาดฟันอย่างทั่วถึง
• หลังจาก 28 วันของการกินอาหารหนึ่งมื้อ พวกเค้าจะได้รับการตรวจหาคราบหินปูน
• สัตว์ทั้งหมดได้รับการทำความสะอาดอย่างละเอียดอีกครั้ง
• จากนั้นจึงเปลี่ยนช่วงระยะเวลาการให้อาหารอีกครั้ง
สุนัขที่กินอาหารที่มีเทคโนโลยีทางทันตกรรมของเรามีการลดการสะสมของหินปูนลงได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับสุนัขที่ได้รับอาหารชนิดอื่น
สารอาหารนั้นแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ย่อยคือ : โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุและน้ำ
แหล่งโปรตีนของอาหารสุนัขทั่วไป ได้แก่ เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และส่วนผสมจากพืชบางชนิดเช่น ข้าวโพด กลูเตน และกากถั่วเหลือง
เป็นที่รู้กันดีว่า กรดอะมิโนหรือโปรตีนนั้น ช่วยในการสร้างเส้นขน ผิวหนัง เล็บ กล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ และช่วยในการเติบโตของกระดูก รวมไปถึงยังมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมนในสุนัขอีกด้วย
สุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อ ดังนั้นกรดอะมิโนที่จำเป็นนอกจากจะมาจากเนื้อแล้วยังต้องมาจากพืชอีกด้วย
เช่นกากถั่วเหลืองเป็นต้น
แหล่งคาร์โบไฮเดรตโดยทั่วไปจะมาจากพืชและธัญพืช คาร์โบไฮเดรตจัดอยู่ในหมวดหมู่ของแป้ง (น้ำตาล) และจะได้พลังงานจากจากไฟเบอร์ตามลำดับ
แป้ง (Starches ) ประกอบด้วยน้ำตาลหลายชนิดเช่น กลูโคส หรือฟรุกโตส โดยสุนัขสามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นพลังงานและนำมาใช้ได้
ไฟเบอร์สามารถย่อยลงเป็นกรดไขมันสายสั้นโดยแบคทีเรียในลำไส้ของสุนัข แหล่งที่มาของไฟเบอร์ที่สามารถย่อยได้จะมาจาก ยางจากพืช ที่ให้กรดไขมันที่มีสายโซ่สั้นจำนวนที่สูง ไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์เช่น บีทพัลป์ จะให้กรดไขมันสายสั้น (short chain fatty acid) และเพิ่มปริมาณสำหรับขับออกมาเป็นของไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์ได้น้อยเช่น เซลลูโลส จะเพิ่มขนาดเพื่อขับออกทางระบบขับถ่ายและจะให้กรดไขมันสายสั้น (short chain fatty acid) เพียงเล็กน้อย
น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับร่างกาย หากไม่มีน้ำ ร่างกายจะไม่สามารถส่งสารอาหาร ย่อยสารอาหารให้เป็นพลังงานได้ รวมไปถึงน้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายสุนัขได้อีกด้วย
ไขมันพบได้ในเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา และน้ำมันพืชเช่น ไขมัน นั้นจะช่วยเติมเต็มการทำงานของร่างกายที่สำคัญหลายอย่าง ทั้งการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ การช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ควบคุมการอักเสบและอื่น ๆ ไขมันเป็นรูปแบบหลักของพลังงานสะสมในร่างกาย โดยไขมันนั้นให้พลังงานมากเป็นสองเท่าของคาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีน
ไขมันยังมีความสำคัญในการแข็งตัวของเลือดและลดการอักเสบในสุนัขได้อีกด้วย
วิตามินมีหน้าที่ส่งเสริมการเติบโตของกระดูก การแข็งตัวของเลือด การผลิตพลังงาน และการป้องกันอนุมูลอิสระ วิตามิน A, D, E และ K ต้องการไขมันสำหรับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ในขณะที่วิตามินเช่นวิตามิน B-complex และวิตามินซีต้องการน้ำที่จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
แร่ธาตุให้การบำรุงโครงสร้างกระดูกและช่วยในการสื่อสารของเส้นประสาทและการหดตัวของกล้ามเนื้อ