'บีทพัลป์คืออะไร
บีทพัลป์เป็นวัสดุที่ยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากสกัดน้ำตาลออกจากเยื่อหัวบีท— บีทพัลป์เป็นแหล่งไฟเบอร์ในอาหารสุนัขของเรา
ไฟเบอร์และบีทพัลป์
ไฟเบอร์นั้นแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ แบบที่ไม่สามารถย่อยได้โดยจุลินทรีย์และแบบที่สามารถย่อยได้
ไฟเบอร์ที่ไม่สามารถย่อยได้จะเคลื่อนตัวผ่านลำไส้โดยการเพิ่มขนาดแล้วขับออกมาเป็นของเสีย ยกตัวอย่างเช่นเซลลูโลสก็คือไฟเบอร์ที่ไม่สามารถย่อยได้ เป็นต้น
ไฟเบอร์สามารถย่อยได้จะถูกย่อยสลายในลำไส้ให้เป็นกรดไขมันสายสั้นที่ให้พลังงานแก่เซลล์ในลำไส้
ไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์ จะช่วยในการเคลื่อนย้ายของเสียและให้พลังงานแก่เซลล์ในลำไส้ ซึ่งบีทพัลป์เป็นหนึ่งในไฟเบอร์ที่ย่อยได้โดยจุลินทรีย์
ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับบีทพัลป์
''บีทพัลป์มีอันตราย''
บีทพัลป์ไม่มีสารพิษและเป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ปลอดภัยมาก
''บีทพัลป์มีผลต่อสีขนสุนัข''
ไม่มีอะไรในบีทพัลป์ที่มีผลต่อเม็ดสีขนของสุนัข เราใช้บีทพัลป์ด้านในที่เป็นสีอ่อน ไม่ได้ใช้เปลือกนอกซึ่งเป็นสีเข้ม
''บีทพัลป์มีน้ำตาล''
บีทพัลป์เป็นวัสดุเหลือใช้หลังจากการนำน้ำตาลออกจากหัวบีท ดังนั้นบีทพัลป์จึงไม่มีน้ำตาล
''บีทพัลป์ทำให้เกิดอาการกระเพาะบิด''
ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า บีทพัลป์ ทำให้เกิดอาการกระเพาะบิด รวมไปถึงส่วนผสมอื่นๆของ บีทพัลป์ด้วยเช่นกัน
สำหรับสาเหตุของอาการกระเพาะบิดนั้นยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ '
'Q: เมื่อต้องฝึกลูกสุนัข สามารถให้อาหารของคนเป็นรางวัลได้หรือไม่?
A: โดยส่วนตัวแล้ว ฉันจะไม่ใช้ขนมหรืออาหารในการฝึกเลย แต่จะใช้ภาษากายและการให้คำชมเป็นรางวัลในการฝึกแทน ซึ่งมันก็ได้ผลดีเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสุนัขบางตัวไม่ได้สนใจหรือถูกดึงดูดใจด้วยอาหาร
ถึงแม้คนส่วนมากมักจะใช้วิธีนี้และประสบความสำเร็จ แต่ฉันก็ไม่แนะนำวิธีนี้อยู่ดี การให้อาหาร (ของคน) เป็นรางวัล อาจทำให้สุนัขมีความคิดว่าพวกเค้าสามารถกินอาหารของคุณได้ ซึ่งมันอาจกระตุ้นให้พวกเค้าขโมยอาหารจากโต๊ะ หรือจากคนโดยเฉพาะเด็กๆ หรือแขกที่บ้านได้
นอกจากนี้อาหารบางอย่างของคนก็เป็นพิษต่อสุนัข ตัวอย่างเช่นช็อกโกแลต, องุ่น, ลูกเกด, ถั่วแมคาเดเมียและไซลิทอล (สารให้ความหวานมักจะใช้ในหมากฝรั่ง, ขนม, และขนมอบ)
แทนที่จะให้อาหารของคน คุณสามารถใช้ขนมสำหรับสุนัขแทนได้ โดยเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ ผลิตจากเนื้อสัตว์คุณภาพดี และเหมาะกับการฝึก ไม่ควรเลือกขนมที่เคี้ยวง่าย เพราะอาจจะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เวลาซื้อขนมให้พวกเค้า อย่าลืมอ่านฉลากเพื่อดูส่วนประกอบให้แน่ชัดซะก่อน
ในระหว่างการฝึกระวังอย่าให้ขนมพวกเค้ามากจนเกินไป และไม่ควรให้ขนมแทนอาหารหลัก ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณแคลอรี่ที่พวกเค้าควรได้รับในแต่ละวัน
ทั้งนี้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้เวลานานแต่เน้นฝึกบ่อยครั้งแทน อย่างการฝึกลูกสุนัขแต่ละครั้งควรใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้การฝึกแบบเชิงบวก หากคุณเริ่มหงุดหงิดเพราะลูกสุนัขเริ่มไม่สนใจและไม่ยอมอยู่นิ่ง ให้หยุดพักก่อน พยายามให้การฝึกแต่ละครั้งจบแบบสนุกสนาน เพื่อกระตุ้นให้พวกเค้าอยากฝึกอีกในครั้งต่อไป
คำแนะนำโดย Janet Tobiassen, สัตวแพทย์ในรัฐวอชิงตัน ที่ทำการศึกษาและเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ปี 2542 โดยเธอเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยผ่านการฝึกจากชมรม 4-H รวมถึงได้เข้าฝึกอบรมเรื่องการบำบัดและการฝึกสัตว์เลี้ยงเมื่อตอนเรียนคณะสัตวแพทย์ศาสตร์'
