ในฐานะสัตวแพทย์ ปัจจุบันนี้พบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญในการดูแลสุนัขให้มีสุขภาพดีและมีความสุขมากขึ้น เจ้าของหลายคนกังวลเกี่ยวกับการดูแลสุนัขว่า ทำอย่างไรให้สุนัขได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และได้รับสารอาหารที่สมดุล ให้พลังงานเพียงพอต่อการวิ่ง เล่น และกิจวัตรประจำวันของสุนัข
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า
การที่เจ้าของดูแลสุขภาพของสุนัขให้มีสุขภาพดีนั้นจะมีผลดีต่อสุขภาพของเจ้าของเองเหมือนกัน ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ การได้ใช้เวลากับสุนัขที่มีสุขภาพที่ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ได้เลือกอาหารที่มีคุณภาพครบถ้วนครบโภชนาการให้กับเค้า จะช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลให้กับคุณได้ จากกรณีศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถลดความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอล และระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นผลดีต่อหัวใจของเจ้าของได้อีกด้วย
การดูแลสุนัขนั้นสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่พวกเขายังอายุน้อย เมื่อสุนัขของคุณได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ได้ออกกำลังกาย ได้รับโภชนาการอาหารที่ดีและได้รับความรักที่เหมาะสม สุนัขก็จะมีความสุข มีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพที่ดี และในที่สุดเมื่อสุนัขมีความสุขและมีสุขภาพดีคุณก็จะไม่ต้องเครียดหรือกังวล นั่นก็จะทำให้คุณมีสุขภาพดีเช่นกัน!
แล้วมีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการให้อาหารสุนัขของคุณ?
เจ้าของส่วนมากจะมองว่าสุนัขเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว นั่นหมายถึงบางครั้งพวกเขาจะให้สุนัขกินอาหารเหมือนตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะเลือกอาหารพิเศษที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือไม่มีกลูเตนเพื่อที่จะได้รับประทานเองด้วยและแบ่งให้สุนัขกินด้วย อย่างไรก็ตาม ถึงพฤติกรรมนั้นจะเกิดจากการอยากมอบความรักให้สุนัข เจ้าของหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าความต้องการอาหารของสุนัขนั้นแตกต่างจากตัวเอง
อย่างเช่น ธัญพืช ในฐานะสัตวแพทย์สิ่งสำคัญที่จะต้องทราบก็คือธัญพืชนั้นดีสำหรับสุนัขของคุณ
มีเปอร์เซนต์น้อยมากที่สุนัขนั้นจะมีอาการแพ้โปรตีน ในสุนัขส่วนใหญ่นั้นจะได้นัอาหารครบถ้วนจากอาหารสุนัขสำเร็จรูปอยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องให้อาหารเสริมเพิ่มเติมแต่อย่างใด
นี่คือสาเหตุว่าทำไมธัญพืชจึงเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานที่ดีต่อสุขภาพ ธัญพืชบางชนิด เช่น ข้าวและข้าวสาลี ร่างกายสามารถดึงไปใช้พลังงานได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ธัญพืชอื่น ๆ เช่น ข้าวบาร์เลย์ และข้าวฟ่าง ใช้เวลานานกว่าที่ร่างกายจะดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงาน การผสมของธัญพืชหลากหลายชนิดทำให้เป็นแหล่งพลังงานที่สะสมไว้และร่างกายสุนัขดึงมาใช้ตามช่วงเวลาซึ่งจะช่วยให้สุนัขสามารถรักษาพลังงานไว้ได้ ทั้งนี้ ธัญพืชทั้งหมดที่อยู่ในอาหารสุนัข ไอแอมส์™ เป็นส่วนผสมที่มีประโยชน์ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ช่วยให้พลังงานอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากธัญพืชที่จะพบได้ในอาหารสุนัขของ ไอแอมส์™ แล้ว คุณยังจะได้พบโปรตีนคุณภาพสูงที่ได้มาจากเนื้อไก่และเนื้อแกะรวมถึงสารอาหารที่จำเป็นในการดูแลการทำงานของหัวใจสุนัข ส่วนผสมที่รวมอยู่ในอาหารจะทำให้สุนัขของคุณได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอสำหรับกิจวัตรประจำวัน การเดิน การวิ่ง การเล่นซนด้วยความร่าเริง
เพื่อให้สุนัขของคุณมีสุขภาพที่ดีและมีความสุข ผู้เลี้ยงจะต้องมั่นใจว่าคุณได้ให้อาหารที่สมดุลและพาสุนัขไปออกกำลังกายที่เพียงพอ ซึ่งเมื่อสุนัขได้รับการดูแลที่ดีแล้วสิ่งที่ผู้เลี้ยงจะได้รับกลับมาก็คือ พวกเขาจะมอบความรักให้กับคุณอย่างไร้เงื่อนไข จะเข้ามาออดอ้อนและบางครั้งก็ชวนเล่น แค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะทำให้คุณและน้องหมาเข้าใจกันแล้วล่ะ

'Q: เมื่อต้องฝึกลูกสุนัข สามารถให้อาหารของคนเป็นรางวัลได้หรือไม่?
A: โดยส่วนตัวแล้ว ฉันจะไม่ใช้ขนมหรืออาหารในการฝึกเลย แต่จะใช้ภาษากายและการให้คำชมเป็นรางวัลในการฝึกแทน ซึ่งมันก็ได้ผลดีเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อสุนัขบางตัวไม่ได้สนใจหรือถูกดึงดูดใจด้วยอาหาร
ถึงแม้คนส่วนมากมักจะใช้วิธีนี้และประสบความสำเร็จ แต่ฉันก็ไม่แนะนำวิธีนี้อยู่ดี การให้อาหาร (ของคน) เป็นรางวัล อาจทำให้สุนัขมีความคิดว่าพวกเค้าสามารถกินอาหารของคุณได้ ซึ่งมันอาจกระตุ้นให้พวกเค้าขโมยอาหารจากโต๊ะ หรือจากคนโดยเฉพาะเด็กๆ หรือแขกที่บ้านได้
นอกจากนี้อาหารบางอย่างของคนก็เป็นพิษต่อสุนัข ตัวอย่างเช่นช็อกโกแลต, องุ่น, ลูกเกด, ถั่วแมคาเดเมียและไซลิทอล (สารให้ความหวานมักจะใช้ในหมากฝรั่ง, ขนม, และขนมอบ)
แทนที่จะให้อาหารของคน คุณสามารถใช้ขนมสำหรับสุนัขแทนได้ โดยเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ ผลิตจากเนื้อสัตว์คุณภาพดี และเหมาะกับการฝึก ไม่ควรเลือกขนมที่เคี้ยวง่าย เพราะอาจจะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เวลาซื้อขนมให้พวกเค้า อย่าลืมอ่านฉลากเพื่อดูส่วนประกอบให้แน่ชัดซะก่อน
ในระหว่างการฝึกระวังอย่าให้ขนมพวกเค้ามากจนเกินไป และไม่ควรให้ขนมแทนอาหารหลัก ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณแคลอรี่ที่พวกเค้าควรได้รับในแต่ละวัน
ทั้งนี้ในการฝึกแต่ละครั้ง ไม่ควรใช้เวลานานแต่เน้นฝึกบ่อยครั้งแทน อย่างการฝึกลูกสุนัขแต่ละครั้งควรใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรใช้การฝึกแบบเชิงบวก หากคุณเริ่มหงุดหงิดเพราะลูกสุนัขเริ่มไม่สนใจและไม่ยอมอยู่นิ่ง ให้หยุดพักก่อน พยายามให้การฝึกแต่ละครั้งจบแบบสนุกสนาน เพื่อกระตุ้นให้พวกเค้าอยากฝึกอีกในครั้งต่อไป
คำแนะนำโดย Janet Tobiassen, สัตวแพทย์ในรัฐวอชิงตัน ที่ทำการศึกษาและเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ปี 2542 โดยเธอเริ่มฝึกสุนัขตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยผ่านการฝึกจากชมรม 4-H รวมถึงได้เข้าฝึกอบรมเรื่องการบำบัดและการฝึกสัตว์เลี้ยงเมื่อตอนเรียนคณะสัตวแพทย์ศาสตร์'
