IAMS TH
Does Your Dog Have Allergies?
Does Your Dog Have Allergies?-mob

adp_description_block79
สัญญาณเตือนและการดูแลรักษาภาวะภูมิแพ้ในสุนัข

  • แบ่งปัน

น้องหมามีอาการคัน เกา เลีย หรือกัดแทะตัวเองไม่หยุดอยู่ใช่หรือไม่? พวกเค้ากำลังงับอุ้งเท้าตัวเองไปมาอยู่ใช่มั้ย? หากใช่! อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ที่น้องหมาของคุณจะเป็นภูมิแพ้

น้องหมาเองก็มีแนวโน้มที่จะแพ้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ หรือในอาหารได้เช่นเดียวกับคนเรา แต่แตกต่างกันที่อาการแพ้ของคนมักดีขึ้นได้ แต่สำหรับน้องหมานั้น อาการจะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น โรคภูมิแพ้สุนัขจึงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่มักพบอาการแพ้บริเวณผิวหนังและหู 

ทั้งนี้โรคภูมิแพ้สุนัขต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยสัตวแพทย์เท่านั้น แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้องหมามีอาการแพ้หรือกำลังแพ้อะไรอยู่? น่าเสียดายที่การวินิจฉัยสาเหตุของภูมิแพ้ในสุนัขไม่ใช่เรื่องง่าย บวกกับน้องหมาไม่สามารถบอกได้ว่ากำลังรู้สึกเช่นไร เจ้าของจึงจำเป็นต้องหมั่นสังเกตอาการเตือนต่าง ๆ อย่างสุนัขแพ้อาหารอาการก็มักเกี่ยวกับผิวหนัง หรือบางรายอาจมีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วยก็ได้

ซึ่งอาการแพ้ของสุนัขที่เจ้าของควรหมั่นสังเกตและระมัดระวัง มีดังต่อไปนี้:

  • เกา เลีย และกัดแทะตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  • ชอบเอาหน้าและหูไถไปกับพื้น
  • ผิวหนังอักเสบ ขนร่วง และมีกลิ่นเหม็น
  • ไอ จาม น้ำตาไหล น้ำมูกไหล
  • อาเจียนหรือท้องเสียบ่อย

 

ประเภทของภูมิแพ้ที่พบบ่อยในสุนัข

อาการแพ้ของสุนัขพบได้หลากหลาย ซึ่งประกอบไปด้วย:

ภูมิแพ้สารในสิ่งแวดล้อม

หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง สารก่อภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม เช่น เชื้อรา ฝุ่น และละอองเกสรดอกไม้ ทำให้น้องหมาเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ สิ่งเร้าเหล่านี้พบได้ในบริเวณบ้าน ในสวน หรือที่ใดก็ตามที่น้องหมาของคุณอาศัยอยู่ มันจะซึมเข้าไปในผิวหนังก่อนก่อให้เกิดอาการแพ้ โดยบริเวณที่มักจะแสดงอาการคือหูและอุ้งเท้า หรืออาจพบอาการในบริเวณปาก ข้อเท้า รอบดวงตา ใต้วงแขน ง่ามขา และผิวหนังระหว่างนิ้วเท้าได้ด้วยเช่นกัน

ภูมิแพ้น้ำลายหมัด

อาการแพ้ที่เกิดจากหมัดสามารถพบได้บ่อย เนื่องจากน้องหมาแพ้น้ำลายของหมัดที่มากัดตามผิวหนัง ส่งผลให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง ผิวหนังอักเสบ มีรอยแดง และมีแผลแห้งตกสะเก็ด โดยเฉพาะบริเวณโคนหาง

ภูมิแพ้อาหาร

ุนัขแพ้อาหารอาการคันจะพบได้บ่อย พวกเค้าอาจแพ้สารอาหารจำพวกโปรตีน เช่น เนื้อวัว (34%) ผลิตภัณฑ์นม (17%) และเนื้อไก่ (15%) ถึงแม้ว่าสุนัขแพ้อาหารอาการมักเกี่ยวกับผิวหนัง แต่ในน้องหมาบางรายก็อาจอาเจียนหรือท้องเสียด้วยได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามน้องหมามีความเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้อาหารได้ตลอดชีวิต และเสี่ยงต่อการแพ้อาหารได้ทุกประเภท

 

ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

ภูมิแพ้ทางเดินหายใจเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ทั่วไป เช่น ฝุ่น หญ้า ต้นไม้ เชื้อรา และละอองเกสร อาการแพ้ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นเป็นบางช่วงหรือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับน้องหมาบางสายพันธุ์ (โดยเฉพาะพันธุ์หน้าสั้น) อาจมีอาการคัดจมูกและจามด้วย แต่อาการแพ้บริเวณผิวหนังมักจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุด ทั้งนี้ภูมิแพ้ทางเดินหายใจควรได้รับการดูแลรักษาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เท่านั้น

อาการแพ้ของสุนัขแต่ละตัวอาจแตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการดูแลที่เหมาะสม

 

 

อาการแพ้ในสุนัขที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง?

เกาอย่างต่อเนื่อง

อาการคันเป็นกลุ่มอาการทางผิวหนังที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของน้องหมาเป็นอย่างมาก โดยสุนัขจะกัดแทะ เกา หรือเลียผิวหนังมากผิดปกติ

 

เลียตัวเองไม่หยุด 

การเลียตัวบ่อยหรือเลียตัวไม่หยุดเป็นหนึ่งในอาการแพ้ของสุนัข โดยเฉพาะในบริเวณอุ้งเท้า อาการนี้อาจเกิดจากสิ่งเร้าที่พบในได้บ้าน หรือพบขณะพาน้องหมาออกไปเดินเล่น หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารได้ด้วยเช่นกัน

 

กัดแทะอุ้งเท้า

เป็นอีกหนึ่งอาการแพ้ในสุนัขที่พบได้บ่อย โดยอาจเกิดจากสิ่งเร้าในสภาพแวดล้อม เช่น หญ้า ละอองเกสร และไรฝุ่น เมื่อสิ่งเร้าเหล่านี้ซึมเข้าสู่ผิวหนังก็จะส่งผลให้เกิดการอักเสบและอาการระคายเคือง ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมกัดแทะในบริเวณที่มีอาการดังกล่าว

 

อาการคัน รอยแดง และผิวร้อนชื้น

น้องหมาอาจมีอาการคันหรือมีรอยแดงบนผิวหนัง อาการแพ้เหล่านี้พบได้บ่อยในโรคภูมิแพ้สุนัขทุกประเภท หากนี่เป็นอาการเดียวที่คุณสังเกตเห็น คุณสามารถรอเวลาสัก 1 -2 วันก่อนจะพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์

 

การป้องกันโรคภูมิแพ้ในหมามีวิธีอย่างไรบ้าง?

มันอาจต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อหาวิธีบรรเทาอาการแพ้ในสุนัข โดยหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพคือการอาบน้ำด้วยแชมพูสูตรสำหรับผิวบอบบาง (Hypoallergenic Shampoos) วิธีนี้จะช่วยขจัดสารก่อภูมิแพ้ เช่น หญ้าหรือละอองเกสรออกจากร่างกายน้องหมาได้

การป้องกันเห็บหมัดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดการเกิดภูมิแพ้ในหมาได้ การทำความสะอาดบ้านและสภาพแวดล้อมโดยรอบก็ช่วยตัดวงจรชีวิตของเจ้าปรสิตตัวร้ายเหล่านี้ได้เช่นกัน 

นอกจากนี้ควรเลือกสูตรอาหารที่มีแหล่งโปรตีนคุณภาพดีหรือผ่านการออกแบบเพื่อสุนัขที่เป็นภูมิแพ้โดยเฉพาะ ทั้งนี้ในช่วงเปลี่ยนอาหารเพื่อทดสอบว่าน้องหมามีอาการแพ้หรือไม่ ควรหลีกเลี่ยงการให้ยา ขนม หรืออาหารของคน คุณอาจปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำด้านโภชนาการเพิ่มเติมได้

 

 

น้องหมาสายพันธุ์ไหนเสี่ยงเป็นภูมิแพ้มากที่สุด?

 

อเมริกันบูลล์ด็อกและอิงลิช บูลล์ด็อก

อิงลิช บูลล์ด็อกมักมีปัญหาน้ำลายไหล ซึ่งเมื่อโปรตีนที่อยู่ในน้ำลายสัมผัสกับอากาศก็อาจส่งผลให้น้องหมาเกิดอาการแพ้ได้

ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นของอเมริกันบูลล์ด็อกสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ หากพบว่าพวกเค้ามีอาการคัน มีรอยแดงบนผิวหนัง หรือเลียอุ้งเท้า นั่นแปลว่าพวกเค้ามีแนวโน้มที่จะเป็นภูมิแพ้

 

บิชอง ฟริเซ่

โรคภูมิแพ้อาหารและโรคภูมิแพ้ชนิดสัมผัสสามารถพบได้บ่อยในน้องหมาสายพันธุ์นี้ นอกจากนี้พวกเค้ายังมีแนวโน้มเป็นภูมิแพ้น้ำลายหมัด และมักจะแพ้สิ่งเร้าในสภาพแวดล้อม ทั้งละอองเกสรดอกไม้ เศษฝุ่น หญ้า และต้นไม้บางชนิดอีกด้วย

 

บอสตัน เทอร์เรีย

น้องหมาพันธุ์นี้เสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ชนิดสัมผัส พวกเค้าอาจแพ้ไม้ประดับในบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือแม้แต่แชมพูสำหรับสุนัขบางชนิด อาการแพ้มักปรากฏบริเวณผิวหนัง ให้หมั่นสังเกตรอยแดง ผิวหนังที่ลอกเป็นขุย หรือผื่นบริเวณอุ้งเท้า หน้าท้อง และหูทั้งสองข้าง

 

บ๊อกเซอร์

ุนัขแพ้อาหารอาการมักจะเกี่ยวข้องกับผิวหนัง ซึ่งบ็อกเซอร์เป็นสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้อาหารสูง จึงมักพบอาการแพ้บริเวณผิวหนังได้บ่อย โดยบ็อกเซอร์ค่อนข้างไวต่ออาหารสุนัขที่มีส่วนประกอบของธัญพืช อย่างเช่นข้าวสาลีหรือข้าวโพด นอกจากนี้พวกเค้ายังแพ้สิ่งเร้าในสภาพแวดล้อม เช่น เกสรดอกไม้ ต้นไม้บางชนิด เศษฝุ่น และวัชพืชด้วย

 

สิ่งเร้าที่ทำให้สุนัขเกิดอาการแพ้ได้บ่อยมีอะไรบ้าง?

สปอร์ของเชื้อรา

สปอร์เชื้อรามีอยู่ทั่วไปรอบตัวเรา เมื่อน้องหมาสูดดมเข้าไป อาจทำให้มีอาการหายใจลำบาก มีเสียงฟืดฟาดหรือฮืดฮาดขณะหายใจ และอาจมีอาการจามร่วมด้วย ภูมิแพ้ในสุนัขยังอาจเกิดจากการกินอาหารหรืออาศัยอยู่ในบ้านที่มีเชื้อราได้อีกด้วย อาการบ่งบอกที่พบได้คือการกัดแทะและการเกามากผิดปกติ รวมถึงอาจมีผิวแห้งหรือพบแผลตกสะเก็ด

 

สะเก็ดผิวหนัง

น้ำมันซีบัม (Sebum) มีหน้าที่สร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวของน้องหมา แต่หากถูกผลิตออกมามากเกินไป จะทำให้เกิดรังแคและสะเก็ดผิวหนัง ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในสุนัขได้

 

หมัด

น้ำลายของหมัดจะซึมเข้าไปในผิวหนังของสุนัข ส่งผลให้เกิดการอักเสบและทำให้เกิดอาการคันได้

 

ไรฝุ่น

การแพ้ไรฝุ่นเกิดจากแมลงตัวเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้ายแมงมุม พวกมันอาศัยอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในบ้าน และกินสะเก็ดผิวหนังเป็นอาหาร

 

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในสุนัข?

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่โรคภูมิแพ้สุนัขไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่โชคดีที่คุณสามารถบรรเทาอาการแพ้ของสุนัขได้ เริ่มต้นจากหาสาเหตุที่แท้จริงกันก่อน เพื่อให้หลีกเลี่ยงสิ่งเร้าได้ถูก ทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการระคายเคืองและการติดเชื้อบริเวณผิวหนังและหู หากพบว่าน้องหมามีอาการคัน ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภูมิแพ้ในสุนัข

 

จะช่วยบรรเทาอาการแพ้ในสุนัขได้อย่างไรบ้าง?

คุณสามารถปกป้องเจ้าตัวน้อยจากอาการแพ้ได้โดยหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เพียงแค่หมั่นทำความสะอาดทั้งในและนอกบ้าน การอาบน้ำน้องหมาด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนก็สามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้เช่นกัน

 

อาการแพ้ของสุนัขที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร?

อาการแพ้ที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้:

  • ภูมิแพ้ผิวหนัง
  • ภูมิแพ้อาหาร
  • ภูมิแพ้น้ำลายหมัด
  • ภูมิแพ้อากาศ จะเกิดเป็นบางช่วงเวลาเท่านั้น มักเกิดในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง

 

การดูแลรักษาอาการแพ้ในสุนัขทำอย่างไรได้บ้าง?

การดูแลรักษาด้วยวิธีเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการแพ้บริเวณผิวหนังได้ดี:

  • ให้วิตามินอีเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว
  • ให้กินนมเปรี้ยวเพื่อช่วยรักษาสมดุลของเชื้อโรคดีในลำไส้
  • การอาบน้ำด้วยข้าวโอ๊ตจะช่วยบรรเทาอาการติดเชื้อและอาการแพ้ทางผิวหนังได้

 

น้องหมาใช้เวลาฟื้นตัวจากการเป็นภูมิแพ้นานแค่ไหน?

รคภูมิแพ้สุนัขไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยความอดทนและการช่วยเหลือจากสัตวแพทย์ คุณจะสามารถหาวิธีดูแลและรับมือกับปัญหาภูมิแพ้ในสุนัขได้อย่างเหมาะสมในท้ายที่สุด

Does Your Dog Have Allergies?
  • How Beet Pulp Ingredients Are Used in Our Dog Foods
    How Beet Pulp Ingredients Are Used in Our Dog Foods
    adp_description_block354
    เคล็ดลับแปรงฟันให้น้องหมาแฮปปี้

    • แบ่งปัน

    แน่นอนว่าเจ้าของทุกคนต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยง ซึ่งการดูแลช่องปากก็เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พวกเค้ามีสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพียงแค่หมั่นแปรงฟันสุนัขและพาไปตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี ก็จะสามารถลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น โรคเหงือกอักเสบ การสะสมของคราบพลัคและหินปูน โรคเหล่านี้อาจส่งผลให้สูญเสียฟันก่อนวัยอันควรหรือเกิดการติดเชื้อในส่วนอื่นของร่างกาย

    การดูแลฟันสุนัขให้สะอาดและเลือกให้อาหารคุณภาพดีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ นอกจากนี้การทําความสะอาดฟันสุนัขยังช่วยให้คุณได้ใช้เวลาร่วมกับพวกเค้ามากขึ้น ส่งผลให้สายใยความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นตามไปด้วย

     

    ทำไมการแปรงฟันให้สุนัขจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

    เจ้าของทุกคนล้วนแล้วแต่อยากให้น้องหมามีช่องปากสุขภาพดี สะอาด และไม่ส่งกลิ่นเหม็น ตามมาดู 5 เหตุผลที่ทำไมการดูแลช่องปากและฟันจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของพวกเค้า

     

    ป้องกันความเจ็บปวดในช่องปาก

    การที่แปรงฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยให้พวกเค้าไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดฟันหรือการเจ็บปวดภายในช่องปาก 

     

    ป้องกันการสูญเสียฟันก่อนวัยอันควร

    เมื่อรากฟันติดเชื้อหรือได้รับความเสียหาย ฟันก็จะหลุดร่วงออกมา ซึ่งการดูแลทําความสะอาดฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี

     

    ป้องกันอวัยวะภายในล้มเหลว

    แบคทีเรียจากคราบพลัคสามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือด อีกทั้งยังแพร่กระจายไปยังตับ ไต และหัวใจได้อีกด้วย การแพร่กระจายของเชื้อโรคนี้อาจทำให้น้องหมาป่วยและอวัยวะต่าง ๆ ได้รับอันตราย จึงจำเป็นต้องดูแลความสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเหล่านี้

     

    ป้องกันกลิ่นปากไม่พึงประสงค์

    กลิ่นปากคือสัญญาณเตือนว่าพวกเค้าควรได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างเหมาะสม เมื่อช่องปากสะอาด กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็จะหายไป

     

    ป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน

    สุนัขที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป มักมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเหงือกและฟัน ถึงแม้การป้องกันอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ก็ควรแปรงฟันสุนัขเป็นประจำเพื่อลดโอกาสเสี่ยงไม่ให้ปัญหาในช่องปากลุกลามจนเป็นอันตรายต่อส่วนอื่นในร่างกาย

    น้องหมาก็ต้องแปรงฟันเหมือนกับเรา แต่แตกต่างตรงที่พวกเค้ามีโอกาสเสี่ยงต่อโรคเหงือกอักเสบและการสูญเสียฟันมากกว่ามีปัญหาฟันผุ เนื่องจากมีฟันรูปทรงกรวย น้ำลายไม่เป็นกรด และส่วนใหญ่กินอาหารที่มีน้ำตาลต่ำ (หมายเหตุ: หากให้ขนมหรือของหวานบ่อย พวกเค้าก็อาจฟันผุได้เช่นกัน)

    การแปรงฟันสุนัขเป็นประจำจะช่วยให้ช่องปากและฟันของพวกเค้ามีสุขภาพดี ทั้งนี้ควรเลือกของเล่นที่เหมาะสำหรับการกัดแทะเพื่อป้องกันปัญหาฟันแตกหักระหว่างการเล่นด้วย

     

     

    วิธีแปรงฟันให้สุนัขมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

     

    เลือกมุมที่สงบเพื่อแปรงฟันสุนัข

    ในขณะที่แปรงฟันสุนัข ควรมีแค่คุณกับพวกเค้าเท่านั้น แนะนำให้แยกเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นออกไปก่อน

     

    ใช้ยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ

    ควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะเท่านั้น 

     

    แปรงฟันสุนัขในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ

    ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนขณะแปรงฟันให้สุนัข

     

    เริ่มแปรงฟันทีละส่วน

    แปรงฟันให้ครบทั้งฟันบนและล่าง เช็กให้แน่ใจว่าแปรงครบทุกด้าน จากนั้นอย่าลืมให้คำชมและรางวัลหลังแปรงเสร็จด้วย

     

    ทำความคุ้นเคยกับยาสีฟัน

    บีบยาสีฟันใส่นิ้วให้น้องหมาลองชิมดูก่อน เพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับรสชาติและเนื้อสัมผัส

     

    เริ่มจากแปรงฟันบนก่อน

    ยกริมฝีปากบนขึ้นและเริ่มจากแปรงฟันด้านหน้าก่อน

     

    จากนั้นเริ่มแปรงฟันล่างต่อ

    จับริมฝีปากล่างลง เริ่มต้นด้วยฟันหน้าก่อนขยับไปที่ฟันด้านข้างและด้านใน

     

    แปรงฟันให้ครบทั้งด้านข้างและด้านในช่องปาก

    หากน้องหมายอมนั่งนิ่ง ๆ ในขณะแปรงฟัน คุณสามารถแปรงทั้งด้านในและด้านนอกของฟันพร้อมกันได้เลย ทั้งนี้การแปรงฟันด้านในจะค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นควรให้น้องหมานั่งนิ่งเสียก่อน จึงค่อยเริ่มแปรงฟันทั้งด้านข้างและด้านใน

     

    ให้รางวัลตบท้ายหลังการแปรงฟัน

    การแปรงฟันอาจเป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับพวกเค้า ทางที่ดีควรให้คำชมหรือรางวัลเพื่อให้กิจกรรมนี้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดี ถึงแม้ว่ามันอาจดูขัดแย้งที่ต้องให้ขนมหลังการแปรงฟัน แต่เป้าหมายหลักของการทำเช่นนี้ คือเพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับการแปรงฟัน 

     

    เริ่มแปรงฟันให้พวกเค้าตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข

    เมื่อลูกสุนัขมีอายุ 3 - 7 เดือน ฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดไปพร้อมกับการงอกใหม่ของฟันแท้ ในช่วงนี้เจ้าของควรเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีฟันแท้ขึ้นซ้อนกับฟันน้ำนม เนื่องจากการเกิดฟันซ้อนเป็นสาเหตุของปัญหาฟันหัก ซึ่งพบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ทอย

    แม้ว่าอาหารเม็ดหรือของเล่นสำหรับกัดแทะจะมีส่วนช่วยในการขัดฟัน แต่เพื่อความสะอาดที่มากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้วิธีแปรงฟันสุนัขควบคู่ไปด้วย และเมื่อพาน้องหมาตัวใหม่กลับบ้าน ควรฝึกให้พวกเค้าคุ้นเคยกับการแปรงฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ  การทำเช่นนี้จะเปิดโอกาสให้คุณได้ตรวจเช็กสุขภาพฟัน รวมถึงฝึกควบคุมพฤติกรรมการกัดและงับของพวกเค้าได้อีกด้วย

     

    เลือกให้อาหารที่ดีมีคุณภาพ

    อาหารมีผลต่อ 'รอยยิ้ม' ของน้องหมา โดยอาหารเม็ดและขนมขัดฟันมีส่วนช่วยในการทําความสะอาดคราบพลัคบนฟันได้ การเคี้ยวหนังสัตว์หรือของเล่นบางชนิดก็ช่วยได้เช่นกัน แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายกับฟันของพวกเค้า แต่เจ้าของก็ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตัวน้อยจะไม่กลืนของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ลงไปในท้อง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้กระดูกสัตว์เพื่อขัดฟันโดยเด็ดขาด

    อาหารสุนัขไอแอมส์™แบบเม็ด สำหรับสุนัขโต เช่น สูตรโปรแอคทีฟ เฮลท์™ มีเม็ดอาหารที่ออกแบบเป็นพิเศษซึ่งช่วยลดการสะสมของคราบหินปูน และเสริมให้น้องหมามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น

     

    วิธีแปรงฟันสุนัขให้สะอาดและราบรื่น

    การฝึกแปรงฟันให้สุนัขต้องใช้เวลาและความอดทน เริ่มจากใช้นิ้วมือถูเบา ๆ บริเวณเหงือกและฟันด้านนอกพวกเค้า หลังจากที่พวกเค้าปรับตัวได้แล้ว จึงค่อยเริ่มถูบริเวณด้านในช่องปาก

    เมื่อน้องหมาคุ้นเคยกับการถูฟันแล้ว จึงค่อยแนะนำให้พวกเค้ารู้จักกับรสชาติและเนื้อสัมผัสของยาสีฟัน โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันของคน หลังจากนั้นประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ ให้เปลี่ยนจากการใช้นิ้วพันผ้าก๊อซมาเป็นแปรงสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะแทน

    ควรจับแปรงสีฟันในมุม 45 องศา ก่อนแปรงไปที่บริเวณฟันและเหงือกของพวกเค้า โดยให้หมุนเป็นวงกลมไปมาจนทั่ว จากนั้นให้แปรงขึ้นลงเพื่อขจัดคราบพลัคระหว่างฟัน ทําซ้ำจนกว่าฟันทั้งหมดจะสะอาด สำหรับการแปรงฟันด้านในอาจยุ่งยากเล็กน้อย เนื่องจากน้องหมาไม่ยอมเปิดปากหรือนิ่งนิ่ง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้การทําความสะอาดมีประสิทธิภาพมากที่สุด แนะนำให้แปรงฟันสุนัขสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง

     

    จะเลือกยาสีฟันที่เหมาะสําหรับสุนัขได้อย่างไร?

    หากคุณต้องการดูแลฟันสุนัขให้สะอาด สุขภาพดี คุณควรเลือกยาสีฟันที่สัตวแพทย์แนะนํา เพื่อให้แน่ใจว่าผ่านการรับรองหรือทดสอบแล้วว่าปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงป้องกันการสะสมของคราบพลัคและต่อสู้กับแบคทีเรียในช่องปากได้จริง ทั้งนี้แนะนำให้งดใช้ยาสีฟันของคน เพราะมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ซึ่งเป็นพิษต่อสุนัข

     

    วิธีการดูแลทำความสะอาดช่องปากและฟันของสุนัข

    ใช้กระดาษเปียกสำหรับทำความสะอาดโดยเฉพาะ

    กระดาษเปียกประเภทนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเช็ดและขจัดคราบพลัคบนฟันของสุนัขโดยเฉพาะ มันทำความสะอาดได้เช่นเดียวกับการใช้แปรงสีฟัน แต่มีความสะดวกมากกว่า

     

    ใช้วิธีแปรงฟันสุนัขเป็นประจำ

    การแปรงฟันให้สุนัขอาจดูยุ่งยากไปบ้าง แต่มันเป็นวิธีขจัดคราบพลัคและหินปูนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องแปรงฟันให้สุนัขทุกวัน อาจจะแปรงสัปดาห์ 2 – 3 ครั้ง โดยเริ่มแรกพวกเค้าอาจไม่พอใจ ให้ฝึกบ่อย ๆ จะได้รู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น การแปรงฟันควรใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ หรือคุณอาจใช้นิ้วมือแทนก็ได้เช่นกัน คุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคําแนะนําเพิ่มเติมได้

     

    ใช้ขนมขบเคี้ยวเป็นตัวช่วย

    การเคี้ยวเป็นวิธีทำความสะอาดฟันโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยป้องกันฟันผุ และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพฟันของพวกเค้าด้วย การให้ขนมขบเคี้ยวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี โดยขนมขบเคี้ยวมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดฟันได้ค่อนข้างดี เช่น หูวัวอบแห้ง ชิคเก้นสตริ๊ป และเนื้อวัวแบบแท่ง

     

    ให้ขนมขัดฟัน

    น้องหมาส่วนใหญ่ชื่นชอบขนมเป็นที่สุด ซึ่งขนมขัดฟันก็เป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันของพวกเค้า ขนมเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสะสมของคราบพลัค ลดกลิ่นปาก และทำความสะอาดฟัน บวกกับมีให้เลือกหลายรูปแบบ หลายขนาด และหลายรสชาติ จึงเป็นวิธีที่ถูกใจน้องหมามากกว่าการแปรงฟัน

     

    พบสัตวแพทย์เป็นประจำ

    การพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำความสะอาดฟันเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คุณหมอสามารถกำหนดวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับน้องหมา และสามารถระบุปัญหาสุขภาพที่เจ้าของอย่างคุณอาจมองข้ามไปได้

     

    เมื่อสุนัขต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

    หากน้องหมาไม่ให้ความร่วมมือในการแปรงฟัน หรือคุณเริ่มสังเกตเห็นคราบสีน้ำตาลและพบเลือดออกตามไรฟันของพวกเค้า แนะนำให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที โดยคุณหมอจะให้ยาชาก่อนเริ่มทำความสะอาดช่องปากและฟันของเจ้าตัวน้อย หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว คุณหมอก็จะขัดฟันเพื่อขจัดคราบพลัคและทำให้ฟันเรียบป้องกันไม่ให้คราบพลัคเกาะติดได้ง่าย

    การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของน้องหมามาก ดังนั้นอย่าลืมแปรงฟันให้พวกเค้าเป็นประจำด้วยนะ

     

     

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของสุนัข

     

    จะดูแลฟันสุนัขให้สะอาดและสุขภาพดีได้อย่างไร?

    • คุณสามารถดูแลฟันสุนัขด้วยวิธีต่อไปนี้:
    • แปรงฟันให้สุนัขอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ
    • เตรียมของเล่นสำหรับกัดแทะไว้ให้พวกเค้า
    • หมั่นฉีดสเปรย์ทำความสะอาดช่องปาก
    • ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุกปี

     

    น้องหมาจำเป็นต้องแปรงฟันจริงหรือไม่?

    น้องหมาก็ต้องแปรงฟันเช่นกัน! เพราะมีคราบพลัคและหินปูนซึ่งเกิดจากเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียตกค้างอยู่  เชื้อโรคเหล่านี้จะแพร่กระจายไปยังเหงือกจนทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรง หรือที่แย่กว่านั้นน้องหมาอาจสูญเสียฟันได้

     

    เราจะลดการสะสมของคราบพลัคได้อย่างไรบ้าง?

    การแปรงฟันคือวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดคราบพลัคและหินปูน โดยแนะนำให้เลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ หรือจะใช้นิ้วมือถูฟันพวกเค้าเบา ๆ แทนการใช้แปรงก็ได้ แต่อาจต้องฝึกบ่อยครั้งเพื่อให้พวกเค้าคุ้นเคยกับวิธีดังกล่าว

     

    เราจะลดการสะสมของคราบหินปูนได้อย่างไรบ้าง?

    เลือกให้อาหารที่ผ่านการรับรองโดย Veterinary Oral Health Council (VOHC) เนื่องจากกระบวนการหรือกลไกทางเคมีที่ช่วยสะสมของคราบพลัคและหินปูนบนฟันสุนัขได้ โดยการก่อตัวของหินปูนจะเกิดช้าลงหากลดการสะสมของคราบพลัคลงได้ ทั้งนี้แนะนำให้แปรงฟันให้สุนัขเป็นประจำทุกวันด้วย

     

    เราสามารถใช้น้ำยาบ้วนปากกับน้องหมาได้หรือไม่?

    สามารถใช้ได้ แต่แนะนำให้เลือกน้ำยาสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะเท่านั้น น้ำยาทำความสะอาดประเภทนี้จะช่วยลดแบคทีเรียและคราบพลัคในช่องปากได้ ส่วนวิธีใช้คือผสมให้เจือจางลงในชามน้ำของน้องหมา

Close modal