'การวิจัยของ ไอแอมส์™ แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขบางตัวมีสูตรที่ดีที่สุดโดยใช้แหล่งคาร์โบไฮเดรตร่วมกัน อาหารสุนัขของ ไอแอมส์™ ทั้งหมดได้รับการคิดค้นอย่างแม่นยำเพื่อตอบสนองความต้องการทางโภชนาการของสุนัขของคุณในช่วงวัยของเขา การรวมกันดังกล่าวให้การย่อยที่ดีที่สุดและช่วยรักษาระดับพลังงาน
ส่วนผสมคาร์โบไฮเดรตในอาหารสุนัขของเรา
อาหารสุนัขของเรามีส่วนผสมของคาร์โบไฮเดรตที่หลากหลาย:
ข้าวบาร์เล่ย์: ไอแอมส์™ ใช้ข้าวบาร์เลย์ที่ไม่ขัดสีที่ปรุงที่อุณหภูมิสูงและบดละเอียดในสูตรอาหารสุนัขชนิดเม็ดของเราเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานคาร์โบไฮเดรตที่เราได้จดสิทธิบัตร
ข้าวโพด: ไอแอมส์™ ใช้เมล็ดข้าวโพดคุณภาพสูงที่บดละเอียดเพื่อแยกเปลือกนอกของเมล็ดข้าวโพดออกและปรุงที่อุณหภูมิสูงเพื่อเพิ่มช่วยให้การย่อยได้ดีขึ้น
ข้าวฟ่าง: หรือที่เรียกว่าไมโล ถูกทำให้แตกแล้วบดละเอียดและปรุงก่อนที่จะใส่เข้าไปในอาหารสุนัขชนิดเม็ดของเรา มันเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตอีกแหล่งหนึ่งในการผสมผสานคาร์โบไฮเดรตที่เราได้จดสิทธิบัตรเช่นกัน
แป้งข้าวจ้าว: อาหารของเรามีเมล็ดข้าวสีขาวขนาดเล็กที่ถูกแยกออกจากเมล็ดข้าวสารขนาดใหญ่และปรุงที่อุณหภูมิสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหารในสุนัข
ข้าวสาลี: นี่เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตคุณภาพสูงอีกแหล่งหนึ่ง ในบิสกิตของเรามีข้าวสาลีเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ดีเยี่ยมและน่ากินและเพิ่มความหนาแน่นให้กับบิสกิตในระหว่างการอบอีกด้วย
การย่อยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสุนัขของคุณ
อาหารที่ย่อยได้เป็นอย่างดีเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงสุนัขของคุณ ซึ่งการย่อยที่ดีจะให้สารอาหารที่จำเป็นมากขึ้น
การวิจัยที่เป็นนวัตกรรมและได้รับสิทธิบัตรโดยนักวิทยาศาสตร์ของ ไอแอมส์™ พบว่าเมื่อคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจากแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่มาจากข้าวฟ่างและข้าวบาร์เลย์ถูกนำมาใช้ในอาหารสุนัข การย่อยอาหารของพวกเขาจะดีขึ้นอีกระดับ
แหล่งคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ล้วนย่อยได้รวดเร็ว หมายความว่าร่างกายของสุนัขจะยังคงเผาผลาญพลังงานในแต่ละส่วน ธัญพืชเหล่านี้มีความพิเศษที่ทำย่อยอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอให้แหล่งพลังงานที่มั่นคง
รักษาระดับพลังงานสำหรับสุนัขของคุณ
การย่อยสลายช้า ๆ ของข้าวฟ่าง ข้าวโพด และข้าวบาร์เลย์ส่งผลให้ระดับกลูโคสในเลือดอยู่ในระดับปานกลางและคงที่หลังจากมื้ออาหาร โดยการลดความผันผวนของน้ำตาลกลูโคสในเลือด อาหารที่มีส่วนผสมดังกล่าวจะช่วยให้มีพลังงานยั่งยืน'
สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คุณอาจรู้สึกสงสัยและไม่แน่ใจว่าควรให้อาหารน้องหมาอย่างไรจึงจะเหมาะสม แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราช่วยคุณได้! ในบทความนี้ เราจะแชร์เคล็ดลับดี ๆ และคำแนะนำเกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัข เพื่อให้คุณมั่นใจว่าพวกเค้าจะได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วนเพื่อเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโต
สิ่งสำคัญในการให้อาหารคือการกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยคุ้นเคยกับการกินอาหารเป็นเวลาและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก เช่น การตื๊อขออาหาร สำหรับการเลือกอาหารให้น้องหมานั้น ควรเลือกอาหารคุณภาพดี เหมาะกับช่วงวัยและขนาดสายพันธุ์ พยายามมองหาตัวเลือกที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมจำพวกสารเติมแต่ง
การให้อาหารมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ การกำหนดปริมาณอาหารให้เพียงพอในแต่ละวันจึงสำคัญมาก โดยคุณสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้
ลูกสุนัขในแต่ละช่วงวัยมีความต้องการทางโภชนาการแตกต่างกัน พวกเค้าจึงควรได้รับอาหารในปริมาณที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม คู่มือการให้อาหารลูกสุนัขของเราออกแบบมาเพื่อช่วยคุณให้อาหารเจ้าตัวน้อยได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะกับอายุและน้ำหนักตัวของพวกเค้าได้ หากทำตามคำแนะนำเหล่านี้ก็มั่นใจได้เลยว่าน้องหมาจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและมีสุขภาพที่แข็งแรง
เราสามารถเปลี่ยนสูตรอาหารได้เมื่อลูกสุนัขโตขึ้นหรือเริ่มมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อพวกเค้าอายุ 12 - 18 เดือน แต่อาจจะเปลี่ยนไปตามแต่สายพันธุ์ อย่างน้องหมาพันธุ์เล็กมักจะโตเต็มวัยเร็วกว่า ในขณะที่น้องหมาพันธุ์ใหญ่อาจใช้เวลานานกว่า
สภาพร่างกายและน้ำหนักตัวคือปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าลูกสุนัขพร้อมสำหรับการเปลี่ยนอาหารแล้ว หากเจ้าตัวน้อยยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีพลังงานมาก อาจยังไม่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอาหาร ในทางกลับกัน หากพวกเค้าเริ่มเติบโตช้าลงและมีขนาดตัวใกล้เคียงกับน้องหมาโตเต็มวัย นั่นแสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยนสูตรอาหารกันแล้ว
คุณควรปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำว่าควรเปลี่ยนสูตรอาหารเมื่อใด โดยคุณหมอจะช่วยกำหนดเวลาที่ดีที่สุดตามความต้องการและอัตราการเจริญเติบโตของลูกสุนัขแต่ละตัว
การเลือกอาหารที่เหมาะกับขนาดและสายพันธุ์ของลูกสุนัขเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้เลือกอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมอย่างสมวัย ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบและการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คุณจะมั่นใจได้ว่าเจ้าตัวน้อยจะเติบโตเป็นน้องหมาโตเต็มวัยที่แข็งแรงและมีความสุขในทุกวัน

