IAMS TH
cat-articcat article detail bannerle-detail-banner

cat-articcat article detail bannerle-detail-banner


adp_description_block67
ความหมายของคำประกาศ AAFCO

  • แบ่งปัน

AAFCO คืออะไร

 

สมาคมควบคุมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งอเมริกา (Association of American Feed Control Officials: AAFCO) ก่อตั้งขึ้นในปี 1909 เพื่อกำหนดมาตรฐานข้อบังคับในอุตสาหกรรมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้ AAFCO จะไม่ใช่หน่วยงานรัฐบาล แต่ก็เป็นองค์กรที่ปฏิบัติงานสอดคล้องกับกฎหมายของรัฐบาลกลางและกฎหมายประจำรัฐต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายที่บังคับใช้โดยองค์การอาหารและยา (FDA) และกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA)

 

AAFCO มีหน้าที่อะไร

 

AAFCO เป็นหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐาน หรือขอบเขตของข้อบังคับต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ผลิตระบุข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับการใช้อาหารสัตว์รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย

ทุก ๆ ปี AAFCO จะเผยแพร่หนังสือชื่อว่า คู่มือ AAFCO (AAFCO Manual) โดยคู่มือฉบับนี้ได้ระบุความหมายของวัตถุดิบและคำศัพท์ในการให้อาหารต่าง ๆ อธิบายปัญหาข้อสรุปของปัญหาการเขียนฉลากต่าง ๆ   เช่น รูปแบบของฉลาก รายชื่อวัตถุดิบ คำกล่าวอ้างด้านโภชนาการ และบทวิเคราะห์ที่การันตี เป็นต้น

ข้อบังคับนี้แตกต่างจากกฎหมาย อย่างไรก็ดี รัฐบาลประจำรัฐหลายแห่งได้นำเอาระเบียบบังคับอาหารสัตว์เลี้ยงของ AAFCO มาบังคับใช้เป็นกฎหมายประจำรัฐ

 

คำประกาศ AAFCO คืออะไร

 

“คำประกาศ AAFCO ว่าด้วยความพอเพียงหรือจุดประสงค์ด้านโภชนาการ” หรือ “คำกล่าวอ้างโภชนาการ” หรือ “คำกล่าวอ้างความครบถ้วนและสมดุล” ระบุว่าผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตให้ใช้กับช่วงวัย/ไลฟ์สไตล์ใด ผู้ผลิตอาหารต้องผ่านการขอคำรับรองภายใต้ข้อบังคับของ AAFCO จึงจะสามารถระบุคำประกาศนี้ได้

AAFCO กำหนดขั้นตอนการคำรับรองเพื่อใช้คำกล่าวอ้างไว้ 3 วิธี ได้แก่

 

วิเคราะห์โดยห้องปฏิบัติการ

 

ทำการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับคุณค่าทางโภชนาการขั้นต่ำ ที่ระบุไว้ในหลักโภชนาการสำหรับสุนัขและแมวของ AAFCO (AAFCO Nutrient Profiles)

ฉลากจะระบุว่า “อาหารสุนัข (แมว) ABC ผ่านการคิดค้นสูตรโดยมีระดับสารอาหารเป็นไปตามหลักโภชนาการของสุนัข (แมว) ของ AAFCO สำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม)”

 

ทดลองให้อาหาร

 

ทดสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในห้องปฏิบัติการโดยทดลองให้สุนัข หรือแมวกินตามกระบวนการของ AAFCO

ฉลากจะระบุว่า “การทดสอบให้อาหารสัตว์ตามกระบวนการของ AAFCO รับรองว่าอาหารสุนัข (แมว) ABC ให้สารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม)”

 

วิเคราะห์เปรียบเทียบความพอเพียงด้านโภชนาการ

 

เปรียบเทียบผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับคุณค่าสารอาหารจากผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งให้สุนัขและแมวกินตามกระบวนการของ AAFCO

ฉลากจะระบุว่า “อาหารสุนัข (แมว) ABC ให้สารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับ (ช่วงวัยที่เหมาะสม) และมีความเพียงพอด้านโภชนาการใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ มีคำรับรองจากการทดสอบให้อาหารสัตว์ของ AAFCO”

 

กระบวนการให้อาหารของ AAFCO คืออะไร 

 

AAAFCO ได้กำหนดกระบวนการ หรือคำแนะนำในการดำเนินการทดสอบให้อาหารสัตว์ไว้อย่างชัดเจน โดยกระบวนการจะกำหนดเกณฑ์การทดสอบต่าง ๆ ไว้ เช่น

  • จำนวนสัตว์ขั้นต่ำ
  • ระยะเวลาการทดสอบ
  • การตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์
  • การเฝ้าสังเกตและการตรวจวัดทางคลินิก อันได้แก่ น้ำหนักตัว ตรวจเลือด และระดับทอรีนในเลือดสำหรับแมว เป็นต้น

 

แต่ละช่วงวัยมีเกณฑ์เฉพาะตัว โดยช่วงวัยของสุนัขและแมวนั้นเหมือนกันซึ่งระบุไว้ดังนี้

  • การดูแลช่วงโตเต็มวัย
  • พัฒนาการ
  • ตั้งครรภ์/ให้นม
  • ทุกช่วงวัย

 

“ทุกช่วงวัย” หมายความว่าอะไร

 

อาหารสัตว์เลี้ยงที่ระบุว่า “ทุกช่วงวัย” สามารถใช้กับสัตว์ตั้งแต่ช่วงหย่านมไปจนถึงช่วงโตเต็มวัย คำกล่าวอ้างนี้ ถือเป็นมีความพอเพียงด้านโภชนาการอย่าง (สมบูรณ์) เด็ดขาด ในกรณีที่ผ่านการรับรองจากการทดสอบให้อาหาร ต้องทดสอบในสัตว์ที่ตั้งครรภ์/ให้นมลูก และที่ยังมีพัฒนาอยู่ด้วยตามลำดับโดยต้องเป็นสัตว์กลุ่มเดียวัน

 

“สำหรับบริโภคชั่วคราว” หมายความว่าอะไร

 

ระเบียบ AAFCO มีการบังคับการใช้คำหรับอาหารที่ผลิตขึ้นตามความต้องการพิเศษซึ่งจำเป็นต้องมีสัตวแพทย์คอยวินิจฉัย จัดการ และติดตามผล

 

สรุป

 

การทำความเข้าใจกับคำประกาศ AAFCO ว่าด้วยความเพียงพอด้านโภชนาการจะช่วยให้ลูกค้าได้รับอาหารคุณภาพสูงที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล ทั้งยังเหมาะกับช่วงวัยที่กำหนดสำหรับสุนัขและแมว

 

  • รวมทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนนำลูกแมวเข้าบ้าน
    รวมทุกเรื่องที่คุณควรรู้ ก่อนนำลูกแมวเข้าบ้าน
    adp_description_block64
    พาแมวเข้าบ้านวันแรก ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

    • แบ่งปัน

    การนำลูกแมวตัวใหม่กลับบ้านเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนี่เป็นครั้งแรกของคุณ แต่ไม่ว่าจะรู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจมากน้อยแค่ไหน คุณก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้วันแรกและคืนแรกของเจ้าตัวน้อยเป็นไปอย่างราบรื่น
     

    การนำลูกแมวกลับบ้านก็เหมือนการพาลูกน้อยกลับบ้าน คุณควรเก็บข้าวของอันตรายในบ้านให้เรียบร้อย และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ที่สำคัญในช่วงสัปดาห์แรก ควรพาลูกแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็กร่างกาย แนะนำให้พวกเค้ารู้จักกับ
     

    สมาชิกในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ส่วนการวางแผนออกไปผจญภัยนอกบ้านควรเริ่มเมื่อลูกแมวได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว
     

    สำหรับพ่อแม่แมวมือใหม่ทุกคน เรามีคำแนะนำและเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับการต้อนรับลูกแมวตัวใหม่เข้าบ้านมาฝากกัน
     

    สิ่งที่ควรทำก่อนนำลูกแมวเข้าบ้าน

    ก่อนที่จะพาลูกแมวเข้าบ้าน คุณควรพาพวกเค้าไปพบสัตวแพทย์ที่น่าเชื่อถือในละแวกบ้าน เพื่อทำการตรวจสุขภาพ วางแผนการฉีดวัคซีนและป้องกันปรสิตเบื้องต้น ทั้งนี้หากคุณรับเลี้ยงลูกแมวแรกเกิด ก็ควรพาไปพบคุณหมอทันทีที่รับเลี้ยง รวมถึงควรทำตามขั้นตอนสำคัญอื่น ๆ ดังนี้ด้วย

    1. ป้องกันอันตรายภายในบ้าน

    ลูกแมวมีขนาดตัวเล็กและยังคงบอบบาง ผู้เลี้ยงจึงควรทำความสะอาดบ้าน เก็บข้าวของมีคมและสารอันตรายต่าง ๆ ให้มิดชิด พร้อมตรวจสอบให้แน่ใจว่าจัดพื้นที่นอน ชามอาหาร ชามน้ำ ของเล่น และกระบะทรายให้ครบถ้วน

    1. เตรียมพื้นที่พักผ่อนให้ดี

    ในช่วงสองสามคืนแรก ลูกแมวอาจรู้สึกวิตกกังวลและมักจะส่งเสียงร้อง พวกเค้าจะใช้เวลาสักพักเพื่อทำความคุ้นเคยกับบ้านใหม่ เพื่อช่วยให้ลูกแมวนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น ควรจัดมุมพักผ่อนในบริเวณที่อบอุ่น เงียบสงบ เมื่ออยู่บ้านใหม่ได้อย่างสบายใจ ลูกแมวจะสามารถนอนหลับได้นานถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน

    1. เลือกโภชนาการอย่างเหมาะสม

    อาหารมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีในลูกแมว คุณจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสม รวมไปถึงวิธีการให้อาหารอย่างถูกต้อง สำหรับลูกแมวในช่วงวัย 2 – 12 เดือน ขอแนะนำ ไอแอมส์™ โปรแอคทีฟ เฮลท์™ อาหารเม็ดสูตรสำหรับแม่และลูกแมว เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน มีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยพัฒนาสมองและดวงตาให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีดีเอชเอและโคลอสตรุม ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานตามธรรมชาติและป้องกันโรคร้าย ถือเป็นแหล่งอาหารจำเป็นที่พบได้ในนมแม่
     

    สิ่งที่ควรทำหลังนำลูกแมวเข้าบ้าน

    เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ก็ถึงเวลารับเจ้าตัวน้อยเข้าบ้าน และมีขั้นตอนอีกมากมายที่คุณควรทำหลังจากนี้

    1. แนะนำลูกแมวให้รู้จักกับสมาชิกในครอบครัว

    ลูกแมวอาจรู้สึกกังวลเมื่ออยู่กับคนแปลกหน้า การทำให้พวกเค้าคุ้นเคยกับครอบครัวใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้บรรยากาศสงบและไม่เสียงดังจนเกินไปในช่วงเวลาที่ทำความรู้จักกัน ควรปฏิบัติกับลูกแมวอย่างอ่อนโยน ไม่บังคับ ให้เวลาลูกแมวได้ปรับตัวและสำรวจบ้านด้วยตัวเอง

    1. แนะนำลูกแมวให้รู้จักกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น

    หากคุณมีสัตว์เลี้ยงหรือแมวในบ้านอยู่แล้ว การเลือกวิธีแนะนำลูกแมวตัวใหม่เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะพวกเค้าทั้งหมดต้องอยู่ร่วมกันและควรจะเข้ากันได้ดี เริ่มจากปล่อยให้พวกเค้าทำความคุ้นเคยกลิ่นของกันและกันก่อน อาจนำผ้าห่มของลูกแมวตัวใหม่ไปวางใกล้ ๆ ชามอาหารของแมวตัวเก่า จากนั้นปล่อยให้ดมกลิ่นสำรวจจนคุ้นชิน วิธีนี้จะทำให้แมวตัวเก่าค่อย ๆ คุ้นเคยกับกลิ่นของแมวตัวใหม่ไปเอง

    1. พาลูกแมวไปพบสัตวแพทย์

    การไปพบสัตวแพทย์เป็นหนึ่งในข้อปฏิบัติสำคัญที่ต้องทำทันทีหลังนำลูกแมวตัวใหม่กลับบ้าน คุณหมอจะวางแผนการฉีดวัคซีน พร้อมทำการดูแลป้องกันอื่น ๆ เพื่อเสริมสุขภาพโดยรวมของลูกแมว รวมถึงจะตรวจสอบน้ำหนักและสภาพร่างกาย เพื่อประเมินความต้องการทางโภชนาการของลูกแมวให้อีกด้วย

    1. ปล่อยให้ลูกแมวสำรวจบ้านใหม่

    เมื่อลูกแมวรู้สึกสบายใจกับการอยู่ในบ้านใหม่ พวกเค้าจะเริ่มสำรวจพื้นที่ทุกซอกทุกมุม คุณอาจพบว่าลูกแมวเดินเตร่ไปมาและดมกลิ่นสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นี่ถือเป็นข่าวดี ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแมวได้รับบาดเจ็บขณะสำรวจบ้านใหม่ คุณควรเก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อยพร้อมตามดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ไม่แนะนำให้อุ้มลูกแมวขึ้นมากอดหรือบังคับให้เคลื่อนไหวไปมา ปล่อยให้พวกเค้าสำรวจด้วยตัวเอง

    1. แบ่งเวลามาเล่นกับลูกแมวเป็นประจำ

    หลังจากลูกแมวปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้แล้ว คุณสามารถชวนพวกเค้าเล่นและทำกิจกรรมง่าย ๆ ได้ เช่น เล่นซ่อนแอบ เล่นตะครุบเหยื่อ อาจให้รางวัลด้วยขนมเมื่อพวกเค้าเล่นกับคุณ วิธีนี้ช่วยให้ลูกแมวเชื่อใจคุณมากยิ่งขึ้น จากนั้นอีกไม่นาน พวกเค้าก็จะเริ่มอ้อน เข้ามาคลอเคลีย และแสดงความรักให้เห็นบ่อยมากขึ้น

Close modal